RSS

Author Archives: Sermsak

About Sermsak

A normal family man who loves to travel around side by side with family members and friends. Sporting, reading, listening and cooking are also favourites. The most interesting issue is political matters. Even though there has not been a chance to take part directly but, hopefully, when political atmosphere is changed, serving the public as a political backup personnel supporting the right person to govern the administrative panels for the beneficial outcome of the Thais majorities is the aim.

ส่วงบุ๋นหยางเที่ยวอังกฤษ

ส่วงบุ๋นหยางเที่ยวอังกฤษ

โพสต์นี้ไม่เหมาะกับท่านที่อ่านแปดบรรทัดนะขอรับ เพราะยาวมากกกก……ขอบอก
สืบเนื่องจากการที่ผมและภรรยาส่งลูกๆทั้งสามคน อาส่วงอาบุ๋น อาหยาง ไปเที่ยวอังกฤษและยุโรปบางประเทศ เลยมีเพื่อนถามไถ่มาหลังไมค์ สนใจอยากให้ลูกๆไปท่องเที่ยวที่อังกฤษแบบนี้บ้าง อยากให้เขียนเล่าเรื่องที่ทำเพื่อขอวีซ่ามาให้อ่าน ว่าขอยากไหม ต้องทำไง แถมบอกว่า ให้เขียนหนุกๆนะ ก็ลองเขียนดู ไม่รู้จะหนุกไหมลองอ่านดูนะครับ ไม่กี่นาทีหรอก


ขอวีซ่ายากไหม?

ว่ากันว่า ขอวิซ่าไปอังกฤษนั้นยากมาก ก็เห็นจะจริงอยู่ นอกเหนือไปจากการกรอกเอกสารออนไลน์ที่ยุ่งยากยาวยืดและซับซ้อนแล้ว การพิจารณาออกวิซ่าจากทางการอังกฤษยังเข้มงวดและเคร่งครัดยิ่ง ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลทางด้านความมั่นคง (เอ๊ะ.. คุ้นๆ) รวมทั้งเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะมักจะมีสมาชิกโรบินฮู้ดแอบแฝงเข้าไปแย่งอาชีพและเป็นภาระให้กับเขาอยู่เนืองๆ ดังนั้นในการยื่นขอวิซ่า เราจึงต้องทำให้เขาเชื่อว่า เราไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น 

สำหรับท่านที่มีเงินถุงเงินถังคงไม่ลำบากนัก ก็แค่ซื้อทัวร์ราคาแพงจากบริษัททัวร์ที่มีประวัติดีเป็นที่เชื่อถือ เอกสารก็ไม่ต้องทำเอง เอเย่นต์จัดทำให้เรียบร้อย แม้จะไม่รับประกันว่าได้วีซ่าแน่นอน เพราะการให้หรือไม่ให้เป็นเอกสิทธิ์ของทางอังกฤษเขา แต่ท่านก็ไม่ต้องยุ่งยากนัก แต่หากท่านฐานะธรรมดาๆเหมือนกับครอบครัวเราและต้องการไปเที่ยวเองเป็นส่วนตัว ไม่ใช้ทัวร์ ไม่ใช้เอเยนต์จัดทำเอกสาร อันนี้ต้องคำนึงให้ดี ข้อเท็จจริงที่ท่านกรอกลงในเอกสาร (ซึ่งต้องกรอกเอกสารผ่านทางออนไลน์เท่านั้น)ต้องเป็นจริงและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุมีผล และควรจะกรอกครั้งเดียวให้เสร็จสมบูรณ์เลย อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะเราสังเกตุพบว่า เอกสารออนไลน์นั้น ทางการเขาน่าจะมอนิเตอร์ได้ตลอด หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปมาน่าจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ จึงต้องเตรียมข้อมูลให้ดีก่อนกรอก ขอแนะนำว่า ให้เลือกกรอกเป็นภาษาอังกฤษ และเลือกว่า หากมีการสัมภาษณ์เลือกที่จะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ เพราะอันนี้จะมีส่วนช่วยทำให้เขาเชื่อได้อย่างนึงว่า ท่านพอจะเอาตัวรอดได้ ดังนั้นจีงจำเป็นอย่างยิ่ง หากท่านจะไปท่องเที่ยวแบบส่วนตัว ท่านต้องรู้ภาษาอังกฤษดีพอทีเดียว ไม่งั้นแค่กรอกเอกสารก็คงลำบากแล้ว 

โชคดีที่ทั้งผมและภรรยาพอมีความรู้ภาษาอังกฤษอยู่บ้าง และลูกๆทั้งสามคนก็ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี อาส่วงนั้นได้ offer รับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษ 5 แห่ง ส่วนอาบุ๋นอาหยาง ก็เป็นเกมเมอร์ตัวยง เล่นเกมส์จนได้ภาษา ฮ่าฮ่า ข้อดีของการเล่นเกมส์

(อยากศึกษาเรื่องกรอกเอกสาร ให้ลองไปดูที่ http://www.vfsglobal.co.uk/thailand/thai/applicationcentre.html นะครับ)

ต้องทำยังไง?

หลังจากตกลงใจได้ว่าจะส่งลูกไปเที่ยวกันลำพังด้วยความสมัครใจของลูกๆแล้ว อย่างแรกที่เราทำเลยคือ การเตรียมการณ์และวางแผน เงินอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ก็สำคัญ ต้องเตรียมหลักฐานการเงินพอสมควรที่จะแสดงให้เขาเห็นว่า มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆเพียงพอ รวมทั้งมีฐานะทางการเงินมั่นคงในเมืองไทย นั่นคือ ผู้เดินทางมีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีที่อยู่ถาวรหรือมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง หากเป็นนักศึกษาหรือไม่ได้ทำงานอย่างลูกๆเรา ก็ต้องเตรียมหลักฐานทางการศึกษาและมีผู้สนับสนุนทางการเงิน ในเรื่องฐานะทางการเงินนี้จากการหาข้อมูลในโลกออนไลน์ เราพบว่ามีตัวอย่างเหมือนกันที่บางคนแสดงว่า ตนเองมีหนี้สินกับสถาบันการเงินหรือแหล่งทุนที่เป็นทางการแต่ก็ได้วีซ่า เพราะเขาเชื่อว่า คนนี้มีเครดิตดี ยังไงก็ต้องกลับมาจ่ายหนี้ที่เมืองไทย อย่างนี้ก็มี

เราวางแผนการเดินทางไว้อย่างชัดเจน จะไปกี่วัน ไปที่ใดบ้าง เดินทางอย่างไร ระหว่างนั้นพักที่ใด ทำเป็น Traveling plan ไว้เลย ลูกๆของเรานั้น ทำแผนการเดินทางไว้แต่ละวันเลยทีเดียว ออกเดินทางจากไทยวันไหน กลับวันไหน สายการบินอะไร ไปถึงเข้าพักที่ใด วันต่อๆมาไปไหนบ้าง พักที่ไหน เดินทางด้วยอะไร รถไฟหรือรถ coach การคมนาคมที่อังกฤษนั้นสะดวกมากทุกทางและชัดเจนตรงเวลา สามารถจองการเดินทางล่วงหน้าได้ตลอดทั้งทริป รวมทั้งที่พักก็เช่นกัน จองล่วงหน้าไว้ได้ทุกที่ เลือกเอาเลยว่าจะพักโรงแรมระดับไหนกี่ดาว หรือจะพัก B&B ซึ่งหมายถึง bed and breakfast ซึ่งคล้ายกับ home stay ในบ้านเรา โดยเฉพาะที่พักนั้น สามารถใช้เป็น Reference ได้ด้วย หากท่านไม่มีใครให้อ้างอิงในอังกฤษหรือยุโรป บังเอิญว่าเราโชคดีอีกเช่นกันเพราะมีอาของพวกเขาซึ่งเป็น permanent residence อยู่ที่อังกฤษมายี่สิบกว่าปีเป็น reference อาของพวกเขาหรือน้องชายผมนั้น มี work permit ไปทำงานเมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้ว เมื่อคราวที่ต้องขอต่ออายุ work permit นั้น ทาง Home Office หรือกระทรวงมหาดไทยของเขาเก็บหนังสือเดินทางของน้องชายไว้เกือบสิบปีและมาคอยสืบเสาะว่าทำงานเสียภาษีถูกต้องหรือไม่อย่างไร จนแน่ใจว่าเป็นสุจริตชนแน่และอยากอยู่จริงๆ (ก็พี่แกเล่นเก็บหนังสือเดินทางไว้นี่ จะไปไหนจะกลับไทยบ้างก็ไม่ได้เขาก็ทนอยู่ได้เหมือนกัน นับถือน้ำใจเลยน้องคนนี้) ถึงได้ออก Permanent Residence ให้ ระหว่างนั้นเพื่อนๆคนไทยที่รู้จักกับเขาและหลบทำงานอยู่ ถูกจับส่งตัวกลับไทยทีละคนสองคนจนหมด น้องชายก็เคยโดนจับไปครั้งหนึ่ง แต่พอเขาตรวจสอบได้ว่า กำลังอยู่ระหว่างทำเรื่องขออยู่ต่อ ก็ได้รับการปล่อยตัวและไม่เคยโดนจับตรวจสอบอีกเลย ที่ว่ามานี่เพียงแต่จะบอกเป็นตัวอย่างให้ทราบว่า ระบบควบคุมตรวจสอบของเขาดีมาก หากใครตั้งใจจะเป็นโรบินฮู้ด อย่าเลยครับไม่รอดหรอก หลบได้ไม่นานก็โดน เพราะคนอังกฤษนั้นเขาถือเป็นหน้าที่พลเมืองเลยทีเดียวที่จะคอยสอดส่องพวกหลบหนีเข้าเมืองแล้วแจ้งทางการมารวบตัว สรุปเราก็ได้น้องชายผมนี่ล่ะเป็น reference มีจดหมายมาให้ใช้ยืนยันกับทางการอังกฤษในไทยว่า ยินดีเป็นผู้ดูแลคล้ายเป็นผู้ปกครองเพราะลูกๆผมเป็นเยาวชนอายุไม่ถึงยี่สิบอยู่สองคน (คนนึง 19 อีกคน 16) มีอาส่วงลูกสาวคนโตเท่านั้นที่อายุ 22 ปี ซึ่ง reference นี่ล่ะทำให้เรื่องง่ายขึ้นมาอีกนิดนึง


ในส่วนของแผนการเดินทาง เราและลูกๆวางแผนร่วมกันไว้ว่า จะให้ลูกๆไปอังกฤษก่อน 2 อาทิตย์ตระเวณเที่ยวในลอนดอนและใกล้เคียง มีไปดูบอลนัดนึงที่แมนเชสเตอร์ เพราะอาหยางเป็นแฟนแมนยู โดยเขาจัดการจองและซื้อตั๋วเข้าชมไว้เรียบร้อย แล้วไปสก็อตแลนด์เที่ยวเอดินเบอระ กลาสโกล์ว แล้วไปเวลส์ แล้วกลับมาเที่ยวรอบๆลอนดอน ให้อาส่วงไปดูมหาวิทยาลัยที่ตนจะเลือกเรียนต่อที่โคเวนทรีและอีกสองสามที่ จากนั้นออกจากอังกฤษไปเที่ยวเยอรมันและออสเตรียอาทิตย์นึง แล้วกลับเข้าอังกฤษเที่ยวในอังกฤษอีกช่วงนึง แล้วซื้อตั๋วขึ้นรถไฟยูโรสตาร์ลอดช่องแคบอังกฤษไปเที่ยวเบลเยี่ยม แล้วกลับมาอังกฤษก่อนกลับไทย รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 43 วัน นานพอทีพวกเขาจะได้ใช้ชีวิตผจญภัย เรียนรู้ เกิดแรงบันดาลใจ มีประสบการณ์ช่วยเหลือตนเอง ดูแลกันและกัน เขียนหน้าแรกๆของประวัติชีวิตตนเองไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง แม้จะห่วงลูกๆมาก แต่เราก็เชื่อมั่นว่า ทุกคนจะปลอดภัย ที่นั่นเราเชื่อโดยประสบการณ์ว่าปลอดภัย และน่าจะปลอดภัยกว่าบ้านเราด้วยซ้ำไป อีกอย่าง การติดต่อสื่อสารสมัยนี้ก็รวดเร็วสะดวก สื่อสารกันได้แทบจะตลอดเวลา และยังมีอาของพวกเขาคอยแนะนำช่วยเหลือ เราพ่อแม่ก็ห่วงน้อยลงพอจะวางใจได้


เราทำประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายไว้คร่าวๆ ค่าอะไรเท่าไหร่ (ที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ticket fees ต่างๆ ค่าใช้สอยส่วนตัว เป็นต้น) แล้วทำเป็นรายการไว้เพื่อเป็นแนวทางในการกรอกเอกสารและเพื่อนำเสนอตอนยื่นเอกสาร และหากผู้เดินทางไม่ได้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย มีคนออกทุนให้ไปเที่ยว อันนี้ต้องมีหนังสือยืนยันของผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ผู้ออกทุน พร้อมทั้งหลักฐานการเงินของผู้นั้นด้วย อันนี้เราโชคดีอีกเช่นกันที่ได้พี่สาวของภรรยาซึ่งเป็นโสดออกหนังสือและหลักฐานมาช่วย ลำพังของผมและภรรยาก็คงจะยากแน่

นอกจากนั้นท่านต้องมีการเตรียมการณ์ทำประกันการเดินทางไว้ด้วย โดยเฉพาะหากท่านจะขอวีซ่า Schengen เพื่อท่องเที่ยวในแผ่นดินใหญ่ยุโรปด้วยล่ะก็ ต้องมี ของลูกๆเราทำไว้ในทุกประเทศที่ไป และหากท่านเคยมีประสบการณ์การเดินทางไปต่างประเทศมาบ้างแล้ว ก็ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้เพราะต้องใช้ในการกรอกข้อมูล 

เมื่อวางแผนและเตรียมข้อมูลไว้ชัดเจนดีแล้ว ท่านค่อยมากรอกเอกสารออนไลน์ที่ว่า ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้ข้อความสอดคล้องเป็นเหตุเป็นผลกัน และเป็นที่น่าเชื่อถือว่าท่านอยากไปเที่ยวจริงๆมิใช่แอบแฝง เราใช้เวลากรอกเอกสารอยู่สองสามวันโดยที่ไม่มีการแก้ไขใดๆ

ในการกรอกเอกสารออนไลน์นั้น ก่อนอื่นท่านจะต้องมี e-mail ส่วนตัว เพื่อการสร้าง Account หรือบัญชีผู้จะทำ application กับทาง UK Visa Application Centre เพื่อขอวีซ่า เมื่อสร้างบัญชีเสร็จแล้วท่านจะได้รับ e-mail จากทางนั้นแล้วท่านก็ไปตาม link ที่เขาแนบมา จะ apply for yourself หรือ for someone else ก็เลือกทำ โดยกรอกข้อมูลตามที่เขาร้องขอโดยเว้นช่องว่างไว้ให้เติม มันจะมีการดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนจนเสร็จ ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความรู้ทางภาษาอังกฤษขั้นดีเลยทีเดียวถึงจะกรอกได้ครบถ้วน 

 

เมื่อกรอกเสร็จ ขั้นตอนต่อมาก็จ่ายค่าธรรมเนียม visa fee โดยการจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิตก็ได้ แล้วถึงจะไปขั้นตอนของการนัดหมายเพื่อยื่นเอกสาร ท่านก็เลือกเอาว่าจะไปวันไหนเวลาไหน เสร็จแล้วท่านก็ print เอกสาร application ที่กรอกนั่นออกมาลงลายมือชื่อ พร้อมกับใบนัดหมาย เพื่อนำไปยื่นที่ application centre ตามวันเวลาและสถานที่ที่นัดด้วย ข้อสำคัญก็คือ ท่านต้องกะระยะเวลาให้ดี ต้องทำแต่เนิ่นๆ เพราะการนัดหมายอาจจะไม่ได้โดยเร็ว และหลังจากยื่นเอกสารแล้วต้องใช้เวลาในการรอผลอีก 15 วันทำการ

ส่วนเอกสารประกอบการยื่นนั้น ท่านต้องเตรียมตามที่เขาร้องขอและแนะนำ ซึ่งก็คือหนังสือเดินทาง เอกสารการประกอบอาชีพ เอกสารที่อยู่ เอกสารทางการเงิน แผนการเดินทาง การประมาณค่าใช้จ่าย การจองที่พัก การคมนาคม เอกสารประกันภัย รวมไปถึง reference หรือ invitation document ต่างๆ(ถ้ามี) แยกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน เมื่อคราวของลูกๆเรานั้น เราแยกเอกสารไว้เป็นสี่หมวดคือ personal information, sponsorship, reference in UK และ traveling plan and estimated expenditure ซึ่งเราคิดว่าจะทำให้เอกสารเราดูดีและรัดกุมง่ายต่อการพิจารณา เมื่อทำเสร็จแล้วก็จัดทำสำเนาไว้ชุดนึงตามที่เขาร้องขอ

อ้อ เอกสารต่างๆนั้นต้องเป็นภาษาอังกฤษนะครับ อันไหนเป็นภาษาไทย ต้องมีฉบับแปลเป็นอังกฤษด้วย การแปลนั้นก็ต้องรับรองโดยผู้แปล ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าแปลเองได้ จะเอาไปให้สถานกงสุลไทยแปลให้ แต่เขาคิดราคาแพงมาก เขาบอกว่าจะแปลเองแล้วให้เขารับรองก็ได้เสียแต่ค่ารับรอง เลยแปลเอง เสียเงินน้อยลงมาก ขนาดว่า เอกสารแค่แปดแผ่น เงินที่ต้องจ่ายน้อยลงเพราะเราแปลเองแค่ให้เขารับรองให้นั้นเอาไปซื้อ printer ดีๆได้เครื่องนึงอ่ะ และมารู้อีกทีภายหลังว่า ไม่ต้องรับรองโดยสถานกงสุลก็ได้อีก เพียงแต่มีผู้แปลลงลายมือชื่อรับรอง ที่จริงแปลและรับรองโดยสถานกงสุลไทยก็เท่ห์ดีนะครับ ราชการไทยน่าจะสนับสนุนคนไทยทำราคาให้ถูกลงหน่อยก็จะดีทีเดียว แพงเกิ๊น

หลังจากนั้นก็รอวันนัดหมายและไปตามที่นัด ยื่นเอกสารแล้วก็รอคำตอบ อย่างของลูกๆเรานั้น เริ่มวางแผนการเดินทางเมื่อต้นเดือนมีนาคม กรอกเอกสารเมื่อปลายเดือน ได้เวลานัดหมายยื่นเอกสารวันที่ 3 เมษายน แล้วก็หยุดยาวต่อเนื่องสงกรานต์ เราได้รับคำตอบให้ไปรับหนังสือเดินทางวันที่ 19 เมษายน ไม่ถึง 15 วันทำการด้วยซ้ำ ซึ่งก็ได้ Multiple visa สำหรับท่องเที่ยว คือเข้าออกได้หลายครั้งในระยะเวลา 180 วัน มีเงื่อนไขหน่อยนึงตรงที่อาหยางลูกคนเล็ก วีซ่าจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเดินทางร่วมกับพี่คนใดคนนึงเท่านั้น คือไปเองคนเดียวไม่ได้ ซึ่งก็ดูว่า ทางการเขาใส่ใจดี ไม่ยอมให้เยาวชนที่ไม่บรรลุนิติภาวะเดินทางคนเดียว


การดำเนินการเหล่านี้ นำมาปรับใช้กับการขอวีซ่า Schengen ได้ด้วย เพราะเราวางแผนให้ลูกๆไปเที่ยวเยอรมัน ออสเตรีย และเบลเยี่ยม โดยการขอ Schengen นั้น หากจะไปพักที่ไหนนานที่สุดก็ไปขอวีซ่า Schengen จากประเทศนั้น เราเลือกพักที่เยอรมันนานหน่อย เพราะอาบุ๋นลูกคนกลางนั้นพูดและอ่านเยอรมันได้ อาหยางลูกคนเล็กก็กำลังเรียนภาษาเยอรมัน ก็คงพอจะสื่อสารกะเขาได้ หนักนักก็ใช้ภาษาอังกฤษ ไม่เหมือนที่ฝรั่งเศส คนฝรั่งเศสไม่พูดอังกฤษ (คงเพราะไม่ถูกกะอังกฤษมั้ง อันนี้เดาเอา) ผมเคยไปเมื่อนานมาแล้ว ถามเขาเป็นภาษาอังกฤษ เขาฟังรู้เรื่องแต่ตอบกลับมาเป็นภาษาฝรั่งเศสทุกครั้ง ฟังไม่รู้เรื่องเลย ฟังออกแต่บองค์ชู้คำเดียว

การดำเนินการเพื่อขอวีซ่า Schengen เยอรมันนั้น ก็ต้องกรอกเอกสารยาวยืดอีกเช่นกัน แต่ไม่ต้องกรอกออนไลน์ก็ได้ สามารถ print แบบฟอร์มออกมากรอกด้วยลายมือได้ จะเลือกเป็นภาษาไทยก็ได้อีก แต่เราก็เลือกที่จะกรอกออนไลน์และกรอกเป็นภาษาอังกฤษ ที่นี่ก็ต้องนัดหมายวันเวลาเพื่อยื่นคำร้องเช่นกัน อย่างของลูกๆเรานั้น ได้นัดหมายหลังจากเราได้วีซ่าอังกฤษแล้ว วันนัดหมายคือต้นเดือนพฤษภาคม ใช้เวลารอแค่สามวันก็ได้รับคำตอบ ไม่รู้ว่าที่ได้รับเร็วเพราะผ่านวีซ่าอังกฤษมาแล้วหรือเปล่าไม่รู้

ทั้งหมดนี้คือคร่าวๆที่พวกเราทำเพื่อขอวีซ่าให้ลูกๆเดินทางไปท่องเที่ยว แม้จะยากสักหน่อยแต่ก็คุ้มค่า เพราะเมื่อวีซ่าผ่าน ลูกๆของเราดีใจกันมาก ต่างตื่นเต้นเตรียมตัวหารายละเอียดของแหล่งที่จะไปเที่ยวตามเมืองต่างๆที่วางแผนกันไว้อย่างขมักเขม้น เรา(ผมกะภรรยา)ก็ได้แต่ติวเข้มด้วยความเป็นห่วง ดีอย่างที่ลูกทั้งสามคนไม่มีใครลังเลเลยที่จะไปกันลำพัง ไม่ได้แสดงอาการวิตกกังวลอะไรเลยที่จะไปต่างประเทศไกลๆ โดยเฉพาะลูกชายคืออาบุ๋นกะอาหยางที่จะไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก ส่วนอาส่วงลูกสาวคนโตนั้น คุณเตียว(แม่เขา ภรรยาผม)ได้ฝึกพาไปฮ่องกงมาครั้งนึง และลองให้เดินทางไปคนเดียวอีกครั้งโดยมีเพื่อนของคุณเตียวสมัยที่เรียนอยู่อังกฤษเป็นชาวฮ่องกงคอยดูแลอยู่ที่นั่นเท่านั้น


อ้อ ลืมบอกไป อาส่วงลูกสาวผมนั้น เขาเกิดที่อังกฤษช่วงที่ผมและภรรยาเรียนอยู่ที่นั่น ทำให้ในหนังสือเดินทางเขาระบุสถานที่เกิดว่า United Kingdom อันนี้อาจมีส่วนในการพิจารณาออกวีซ่าด้วยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้คือ การที่หนังสือเดินทางระบุอย่างนี้ ทำให้เมื่อคราวที่เขาเดินทางไปฮ่องกงคนเดียวแล้วถูก Immigration ของฮ่องกงสุ่มกักตัวไว้สอบพร้อมกับสาวไทยคนอื่นอีกหลายคน เมื่อเขาเห็นหนังสือเดินทางระบุสถานที่เกิดเช่นนี้ก็ได้รับการปล่อยให้เข้าเมืองโดยไม่ซักไซร้ไล่เลียงอะไรมาก ในขณะที่สาวไทยคนอื่นๆที่โดนสุ่มตรวจเช่นกันโดนซักและให้รอการตรวจสอบอยู่นาน อืม…การเป็นสาวไทยไปต่างประเทศนี่ลำบากเหมือนกันเนอะ


นี่ล่ะครับเรื่องราวของความพยายามของพ่อแม่ที่จะให้ลูกๆได้ไปเที่ยว ผมเชื่อว่า คุณพ่อแม่ท่านอื่นๆก็คงมีเรื่องราวในทำนองนี้เช่นกัน แต่อาจจะหลากหลายแตกต่างกันไป พ่อแม่ก็อย่างนี้ล่ะครับ ทำอะไรให้ลูกได้ก็อยากทำ. สนุกดีนะผมว่า

หวังว่า เรื่องนี้พอจะเป็นกรณีศึกษาให้ท่านที่ต้องการจะเดินทางไปเที่ยวหรือส่งลูกหลานไปเที่ยวอังกฤษหรือยุโรปโดยไม่ต้องซื้อทัวร์ ที่นั่นไม่อันตรายอะไรมากไปกว่าบ้านเราหรอกครับ หากพอจะทำได้ก็ทำเถอะเป็นประสบการณ์และกำไรชีวิต หากเกรงว่าอังกฤษหรือยุโรปจะมีก่อการร้ายหรือระเบิดอย่างที่เป็นข่าว ก็ไม่เห็นว่าจะแตกต่างจากบ้านเราสักเท่าไหร่ ใช่มะ?

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 9, 2017 in Uncategorized

 

ตัวอย่างความอดกลั้น และการใช้สติปัญญากำหราบความถ่อยเถื่อน

ได้เห็นข่าว เห็นภาพการทำร้ายของคนไทยด้วยกัน เห็นข้อความที่โพสต์ด่าทอกันไปมาของคนที่แทบไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำแล้ว… จะเรียกว่าอะไรดี เอาเป็นว่า รู้สึกสะท้อนใจและหดหู่กับสังคมไทยเข้าไปทุกที

ความไร้สติ ไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรอง และการขาดความอดกลั้นอดทนของคนบางคนหรือบางกลุ่มนี้เอง ไม่แน่นะ มันอาจจะนำสังคมเราไปสู่ความวิบัติในอนาคตอันไม่ไกลนักนี้ก็ได้ จึงอยากจะนำตัวอย่างของความอดทนอดกลั้น และการใช้สติปัญญาเอาชนะความถ่อยเถื่อนหยาบคายมาให้อ่านกัน เพื่อเตือนสติกันไว้….ลองอ่านดูครับ

นานมาแล้วพวกนักศึกษาฝรั่งชาวออสซี่เคยแสดงกิริยาดูถูกในหลวงของเรา มาดูกันว่า พระองค์ใช้วิธีใด ในการกำหราบฝรั่งไร้มารยาทพวกนี้…..

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 54 ปีมาแล้ว ขณะเสด็จฯ ณ เมลเบิร์น ออสเตรเลีย เมื่อวันจันทร์ ที่ ๓ กันยายน ๒๕๐๕

ขณะที่เสด็จฯในพิธีทูลเกล้าฯถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนควรรำลึกเป็นตัวอย่างของผู้นำที่มีความเข้มแข็งและทรงเปี่ยมด้วยพระราชธรรม “ความไม่โกรธ”

กล่าวคือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนต่างประเทศเป็นทางการ
ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

ทรงถูกนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีความคิดรุนแรง ไม่เข้าใจพระองค์
และเมืองไทย บางคนถือป้ายที่มีข้อความกล่าวร้ายต่อพระองค์ท่าน บางกลุ่มส่งเสียงโห่ ลบหลู่พระเกียรติ และเกียรติภูมิของชาติไทยอย่างรุนแรง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงบรรยายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นในพระราชนิพนธ์ ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศ ตอนหนึ่งว่า ถึงเวลาที่พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปพระราชทานพระราชดำรัสที่กลางเวที ยังไม่ทันจะอะไร ก็มีเสียงโห่ดังขึ้นมาจากกลุ่มปัญญาชนข้างนอก

ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามือเย็นเฉียบ หัวใจหวิวๆ อย่างไรพิกล รู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัว จนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะมองขึ้นดูพระพักตร์ท่าน ด้วยความสงสาร และเห็นพระทัย ในที่สุดฝืนใจมองขึ้นไปเพื่อถวายกำลังพระทัย แต่แล้วข้าพเจ้านั่นเองแหละที่เป็นผู้ได้กำลังใจกลับคืนมา เพราะมองดูท่านขณะที่ประทับยืนกลางเวที เห็นพระพักตร์ทรงเฉย

ทันใดนั้นเอง คนที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมดปรบมือเสียงสนั่นหวั่นไหวคล้ายจะถวายกำลังพระทัยท่าน พอเสียงปรบมือเงียบลง

คราวนี้ข้าพเจ้ามองขึ้นไปบนเวทีอีก เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดพระมาลาที่ทรงคู่กับฉลองพระองค์ครุย แล้วหันพระองค์ไปโค้งคำนับกลุ่มที่ส่งเสียงเอะอะอยู่ข้างนอกอย่างงดงาม และน่าดูที่สุด

พระพักตร์ยิ้มนิดๆ พระเนตรมีแววเยาะหน่อยๆ
แต่พระสุรเสียงราบเรียบยิ่งนัก

“ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอันมาก ในการต้อนรับอันอบอุ่น และสุภาพเรียบร้อยที่ท่านแสดงต่อแขกเมืองของท่าน” รับสั่งเพียงเท่านั้นเอง
แล้วหันพระองค์มารับสั่งต่อกับผู้ที่นั่งฟังอยู่ในหอประชุม

“ไทย…เป็นประเทศเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับออสเตรเลีย แต่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน มีอารยธรรมสูงส่งมานาน นานมาก…”

รับสั่งว่า ต้องขอโทษที่จะบอกว่า
(ถึงจังหวะนี้ ทรงหันไปทางผู้ชุมนุม แล้วน้อมพระเศียรลงเล็กน้อย)

“..นานจนข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า ขณะนั้น ประเทศออสเตรเลียอยู่ที่ไหน…”

ผลปรากฏว่า นักศึกษาเงียบกริบทั้งบริเวณงาน
และเปลี่ยนเป็นปรบมือสนั่นหวั่นไหว

แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถมากในการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า และทรงเปี่ยมด้วยพระราชธรรม “ความไม่โกรธ” อย่างแท้จริง

พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชอัธยาศัยประกอบด้วยพระเมตตา
ไม่ปรารถนาก่อเวรภัยให้ผู้ใดผู้หนึ่ง ไม่ทรงพระพิโรธด้วยเหตุที่ไม่ควร

แม้มีเหตุให้ทรงพระพิโรธ แต่ทรงข่มได้
สงบระงับโดยการใส่ใจพิจารณาจนพบต้นเหตุ

แม้แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่เคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวแสดงอาการโกรธผู้ใด
……………

ขอบคุณบทความจากเวป chaoprayanews

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 19, 2016 in Uncategorized

 

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสวรรคต

ในหลวงทรงสวรรคต
อาดูรโศกสลดทั่วถิ่นหล้า
ขอน้อมส่งพระวิญญาณพระองค์สู่เทพสภาทรงสถิตย์ทิพย์วิมานชั้นฟ้าสวรรคาลัย

…….

พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 13, 2016 in Uncategorized

 

สักวาเกษียณ

สุขสันต์วันเกษียณ…
สักวามาว่ากันวันเกษียณ

ใครพากเพียรทำมาน่านับถือ

สามสี่สิบปีที่ผ่านงานกับมือ

ได้ฝากชื่อสมค่าข้าราชการ
บ้างมานะบากบั่นตั้งมั่นจิต

มุ่งอุทิศเสียสละคละอาจหาญ

หมั่นแก้ไขใช้ปัญญาพาทำงาน

ไม่เกียจคร้านสำมะเลนั่งเทเมา
สร้างคุณค่าให้กับงานชำนาญยิ่ง

สร้างแต่สิ่งดีงามไม่หามเสา

สร้างแต่คุณประโยชน์โฉดไม่เอา

นั่นคือเขาคนดีศรีราชการ
มาวันนี้เกษียณไปใจหายนัก

คนล้อมรักอาลัยใจเรียกขาน

คงอยู่ในหัวใจคนด้วยผลงาน

เป็นที่รักเล่าขานชื่นบานชม
แต่กับบ้างที่เคยทำระยำไว้

เอาแต่ไถแดกดื่นจนขื่นขม

งานไม่เป็นแต่ลิ้นเลียชะเลียดม

โตแล้วข่มเบียนลูกน้องอิ่มท้องกู
เกษียณไปวันนี้มีเฮแน่

ลูกน้องคงเป่าแตรแห่อดสู

เจอวันหลังอย่าหวังไหว้ชายตาดู

เป็นเต้าหู้เน่าเหม็นเห็นไม่มอง
พวกเรานั้นยังอยู่ดูไว้หน่อย

จะทะยอยเกษียณไปใจอย่าหมอง

เลือกเอาเองจะเป็นไงใคร่จับจอง

จะเป็นทองหรือตะกั่วตัวเลือกเอย…….

สวัสดี วันเกษียณประจำปี ๒๕๕๙ นะขอรับ…

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 30, 2016 in Uncategorized

 

อีกแล้ว…

สวัสดี วันที่ เราไม่มี ประชาธิปไตย
วันที่ ฟ้าไม่ใส ทำให้ใจ หม่นหมองมัว
วันที่ ไทยขะมุกขะมอม หมดความหอม หนอนตอมทั่ว
วันที่ สิทธิ์ติดตัว โดนเสียมพลั่ว กลบฝังดิน
วันที่ สื่อสารทัศน์ ถูกจับยัด มัดปากวิ่น
วันที่ เราได้ยิน แต่เพลงมาร์ช รักชาติเพลิน
วันที่ ไทยบางคน ต้องเริ่มต้น ระหกระเหิน
วันที่ ไทยส่วนเกิน ต้องเดินดุ่ม กุมหน้าเอา
วันที่ ทั่วโลกเย้ย ไทยเราเชย ไม่เหมือนเขา
วันที่ คนไทยเรา อยู่ใต้เท้า เผด็จการ….

เศร้า….

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 23, 2014 in กลอนการเมือง

 

ป้ายกำกับ: , ,

สวัสดีวันสงกรานต์

สวัสดีวันสงกรานต์สราญเริงรื่น
ให้แช่มชื่นระรื่นสุขสนุกสนาน
ให้ปลอดภัยไร้เพทเหตุรำคาญ
ให้พบพานแต่โชคชัยใจสุขเทอญ…

image

(ขอบคุณภาพจาก internet)

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 13, 2014 in Uncategorized

 

แต่งตั้งโยกย้าย…เก่าไปใหม่มา

ที่น้ำอูนตอนนี้ คำว่า “เก่าไปใหม่มา” เหมาะสมถูกต้องที่สุด  ระคนกับหลากหลายความรู้สึกที่มิอาจหลีกเลี่ยง แต่มันก็กำลังเกิดขึ้น

image

ในฤดูแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีครั้งนี้ เป็นที่น่าชื่นชมยินดียิ่งของชาวตำรวจน้ำอูนที่ พ.ต.อ.กิจจา  แสงชวลิต หัวหน้าโรงพักได้รับการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ชื่นชม อำเภอเชียงยืน มหาสารคาม โรงพักขนาดใหญ่ ตัวโรงพักและแฟลตท่ีพักเพิ่งจะสร้างเสร็จไม่นาน เห็นว่าเป็นโรงพักเดียวที่สร้างเสร็จในบรรดาโครงการเสาโด่เด่ที่มีอยู่ แถมใกล้กรุงเทพฯเข้าไปอีกหน่อย
ว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว ก็นับเป็นผลดีต่อตัวผูุ้กำกับกิจจาฯทั้งสิ้น อาจจะไม่ได้ดั่งใจนิดนึง(ผู้เขียนเข้าใจว่า)ที่ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งรองผู้้บังคับการ เป็นพันเอกพิเศษ เพราะเป็นผู้กำกับมาที่เดียวห้าปีแล้ว แต่ก็ได้ขยับโรงพักขึ้นมาเกรดสูงขึ้น มีกำลังพลมากขึ้น เห็นว่ามีถึงแปดสิบกว่านาย ที่น้ำอูนนั้นแค่สามสิบนิดหน่อย เอาน่ะ…เป็นการปลอบใจแถมชื่อโรงพักความหมายก็ดี อาจจะหมายถึงที่ผ่านมาน่ะผู้บังคับบัญชาเห็นน่ะว่่า ผู้กำกับกิจจาทำอะไรไว้บ้างอย่างไร รู้สึกชื่นชมตามชื่อโรงพักที่ย้ายให้มาอยู่ใหม่  ใกล้กรุงเทพใกล้ครอบครัวเข้าไปอีกหน่อย และผู้กำกับกิจจาก็เป็นคนเดียวที่ได้พ้นไปจากน้ำอูนมหานครแห่งนี้

ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องหม่นหมอง บรรยากาศเลี้ยงส่งกันสี่คืนห้าวันยังไม่เลิกจึงมิอาจหลีกเลี่ยงได้  ผู้เขียนมาร่วมงานได้ทันเพียงสามคืนเท่านั้น

เราสนิทกันมากทั้งในสายการบังคับบัญชา ความเป็นเพื่อนนายตำรวจ หรือฐานะพี่น้องก็ตาม ก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน ผู้เขียนนั้นอยู่มานานกว่าผู้กำกับกิจจาที่มาน้ำอูนเมื่อปี 51 ส่วนผู้เขียนนั้นมาเมื่อปี 49 ผู้กำกับได้ขยับอีกแล้ว ส่วนผู้เขียนยังจมปลักอยู่ที่เดิม

image

หลายต่อหลายคนถามกันเองในหมู่พวกว่า อ้าวแล้วทำไมรองฯแกไม่ได้ขึ้นแทน คำตอบก็แตกต่างกันไปตามแต่มุมมองของแต่ละคน  แต่ไม่มีใครกล้าที่จะถามผู้เขียนเอง หรือรู้ได้มากไปกว่าการเดาไปเรื่อย ส่วนใหญ่คงจะรู้สึกเกรงใจไม่อยากให้สะเทือนอารมณ์หรืออะไรประมาณนั้น ยิ่งคราวนี้มีเรืื่องที่ต้องยินดี ยิ่งไม่ค่อยมีใครอยากจะถาม

ก็ต้องเรียนตามตรงว่า หวังในปาฏิหารย์อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ความเป็นไประหว่างช่วงแต่งตั้งอะไรมากไปกว่าเพื่อนน้องพี่สองสามท่านซึ่งก็รู้ข่าวไม่ต่างไปจากที่เรารู้ คือไม่รู้อะไรนักนั่นเอง

ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ผู้เขียนยังนึกละอายใจเสียอีกว่า ไม่ได้กระทำงานในหน้าที่ให้เต็มกำลังความสามารถ ที่วันนี้ยังมีเงินเบี้ยหวัดหลวงให้กินให้ใช้อยู่นี่ก็นับเป็นคุณอันมหาศาลแล้ว หากครั้งนี้ได้สิแปลก กระบวนการแต่งตั้งมันคงจะบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัดเจนกับตัวเรานี่ล่ะ
ก็ต้องหันกลับมามองตัวเองอย่างยอมรับในความผิดพลาดบกพร่อง แล้วก็พยายามแก้ไขปรับปรุงให้ไปสู่ความสำเร็จให้ได้ …ตำแหน่งผู้กำกับน่ะ เขาต้องแต่งตั้งให้กับรองผู้กำกับเท่านั้นล่ะ จ่าหมวด ไม่ได้หรอก…ท่องไว้

ตอนนี้พวกเราจัดเก็บข้าวของของผู้กำกับกิจจา ส่งไป สภ.ชื่นชม หมดเรียบร้อยทั้งของทั้งคนเรียบร้อยไปแล้ว  ก็เตรียมรอที่จะรับผู้บังคับัญชาคนใหม่ที่จะเดินทางมาถึงอย่างเป็นทางการในวันพระใหญ่วาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ … มากับพระ และความรัก อืม..น่าจะดีนะ…

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 10, 2014 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , , ,

 
Kaebmoo's Blog

Blog ไม่ใช่ของกู

voaw

A great WordPress.com site

Sermsak

No noodles, the family.

Live, Nerd, Repeat

Making life better through the perfect application of humor and nerdery

You read me, but you can change me not.

Mentally unhealthy kinda characteristic.

The Kid Travels

Ed Gregory (The Kid) goes travelling

Bagni di Lucca and Beyond

Brisbane, Bagni di Lucca and everything in between

TED Blog

The TED Blog shares interesting news about TED, TED Talks video, the TED Prize and more.

Framework

Capturing the world through photography, video and multimedia

[e]

a little about (M)E

On The Scene

Follow FOX News reporters and producers around the globe to get raw, behind-the-scenes access to the stories making headlines.

NewsFeed

Breaking news and updates from Time.com. News pictures, video, Twitter trends.

Post it Notes from my Idiot Boss

delivered directly to my computer monitor on an all too regular basis...

The Life and Times of Nathan Badley...

just like Moby Dick, but shorter and less whale-oriented.

Allen's Zoo

Art, Illustration, Character Design

Search Blogs

Just another WordPress.com weblog

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.