RSS

ยินดีอย่างยิ่งกับ ผบ.ตร. คนใหม่…!!! (๑)

01 ส.ค.

มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในช่วงที่ห่างหายไม่ได้เขียน blog ด้วยเหตุต้องสะสางเรื่องราวนานาประการจนกว่าจะลงตัว ระยะเวลาผ่านไปสามเดือนเศษ สังคม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ชุมชน คนรอบข้าง อื่นๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนไหวไม่หยุด เป็นไดนามิกกันทั้งสิ้น มีเพียงตัวผู้เขียนที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ การที่ได้มีโอกาสมองดู รับรู้ รับฟังเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว กอรปกับมีอิสระพอที่จะคิดพิจารณา แสดงความคิดเห็น หรือเข้าร่วม ช่วยเหลือสนับสนุน ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อเหตุการณ์หรือสถานการณ์นั้นๆได้อย่างมีสติมากขึ้น ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่า ตนเองยังพอจะยังมีประโยชน์อยู่บ้าง ยกตัวอย่าง เรื่องสนามหญ้าหน้าบ้าน หลังจากลงมือกันเองพร้อมครอบครัวจนสวยดีขึ้นมาหน่อย ปรากฎว่าหญ้าญี่ปุ่นที่เพิ่งลงไว้ใหม่นั้นมีหญ้าแห้วหมูโตแซมขึ้นมาจำนวนมาก และดูเหมือนมันจะโตเร็วกว่าเจ้าหญ้าซูชิเสียอีก มองดูมันโตทุกวัน สร้างความรำคาญแก่นัยตาอย่างยิ่ง เคยลองถอนตอนที่มันเพิ่งขึ้นใหม่ๆ เหมือนกัน มีอยู่ไม่กี่ต้นนัก ดึงจนขาดหลุดมาแต่ต้นไม่มีรากขึ้นมาด้วย ดึงวันนี้เช้า ตอนเย็นมันก็งอกโผล่ขึ้นมาอีก ต้นใหม่ๆก็แทงยอดตามติดขึ้นมา ในที่สุดก็เต็มไปหมด กินพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของสนาม ตัดด้วยเครื่องตัดหญ้าไปครั้งหนึ่ง ทั้งที่หญ้าที่ปูไว้ใหม่ยังไม่ติดดินดีเท่าไหร่แต่ต้องตัดเพื่อจัดการกับเจ้าหญ้าแห้วหมูที่โตวันโตคืนจนจะกลายเป็นกอตะไคร้อยู่แล้วนั้นลงเสียบ้าง หลังตัดก็พบว่าบริเวณที่หญ้าแห้วหมูขึ้นอยู่หนาแน่นนั้น หญ้าญี่ปุ่นที่ปลูกไว้ไม่โตเลย การตัดหญ้าจึงเหมือนช่วยให้หญ้านิปปอนมีโอกาสได้หายใจสะดวกอีกครั้ง แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพียงวันรุ่งขึ้นก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เจ้าหญ้าแห้วหมูที่ถูกตัดไปนั้น มันแทงยอดขึ้นมาอีกแล้ว สูงกว่าหญ้าญี่ปุ่นถนัดชัดเจน แล้วสามสี่วันต่อมามันก็โตโดดเด่นอีก จนอ่อนใจ ตราบใดที่ยังไม่ขุดรากถอนโคนมันก็ยังคงจะเป็นอยู่อย่างนี้ จึงได้นั่งลงมือถอนพวกมันทีละต้น โดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้งชี้จับที่โคนต้นให้ลึกและแน่น ค่อยๆโยกต้นหญ้าแห้วหมู ไม่ดึงแรงมากแต่ให้สม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นมันจะขาดแค่โคนไม่ได้รากไม่ได้หัวมันขึ้นมา หากดินพอร่วนซุยอยู่บ้าง มันก็จะุค่อยๆถูกดึงขึ้นมาได้ง่าย เป็นรากยาวเฟี๊ยวววว…ตรงไหนดินเหนียวแน่นหน่อยก็จะดึงยากกว่า อาจต้องใช้เสียมเล็กๆหรือเหล็กขุดช่วย ลำบากเอาการอยู่เหมือนกัน ต้องพยายามเอาหัวและรากออกมาให้ยาวที่สุด หากมันขาดเหลืออยู่ มันก็จะขึ้นเป็นต้นหญ้าแห้วหมูต้นใหม่อีก ก็ทำได้บ้างเป็นส่วนใหญ่ ดึงถอนทีละต้นอยู่อย่างนั้น จนหมด กะประมาณดูแล้ว เห็นจะประมาณ แปดพันต้นหรือมากกว่า ใช้เวลาถอนอยู่สามวันติดกัน วันละสองหรือสามชั่วโมง ทำเสร็จพอดูสะอาดสบายตาขึ้นมาบ้าง  แต่พอผ่านไปได้สองสามวันเจ้าแห้วหมูมันก็แตกยอดแทงพ้นดินขึ้นมาอีก ไม่ชนะมัน มันยังคงโตวันโตคืนอยู่อย่างนั้น … เห็นได้ชัดว่า ต้นหญ้ามันก็ไดนามิกเหมือนกัน ยิ่งไปตัด ไปขุดรากถอนโคน เหมือนยิ่งไปเ้ร่งวงจรของมันให้เร็วขึ้นไปอีก..ก็ต้องมาคิดดูว่า จะพัฒนาวิธีการการกำจัดหญ้าแห้วหมูให้หมดไปดีหรือว่ายอมให้มัีนอยู่อย่างมีเงือนไขดี…อย่างหลังนี่เขาเรียกว่า”ปรองดอง”หรือเปล่าไม่แน่ใจ…อิอิ

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคิด ต้องนึกถึง ด้วยความยินดีปรีดาอย่างยิ่ง นั่นคือการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ว่าที่ ผบ.ตร. คนใหม่… ขอยืนยันว่าต้องระบือนามแน่นอนครับ ทั้งนามของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนามของท่าน ผบ.ตร. และอาจจะมีดาวรุ่งขึ้่นมาอีกมากมายหลายต่อหลายดวงในวงการสีกากีที่อาจจะพลอยได้ระบือนามไปด้วย ในช่วงเวลาต่อไปนี้อีกสองปี

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่ ผบ.ตร.

ขอชื่นชมและแสดงความยินดี ต่อท่าน พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ให้เป็น ผบ.ตร. ด้วยมติที่เป็นเอกฉันท์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแต่งตั้ง ผบ.ตร. ….  ข่าวว่า ในที่ประชุมมีการถกเถียงซักค้านไล่เลียงกันเหมือนกันในเรื่องอาวุโส แต่เมื่อได้รับฟังเหตุผลที่ท่านนายกรัฐมนตรียกขึ้นมาสนับสนุนเพื่อเสนอชื่อ พล.ต.อ.อดุลย์ฯ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. แล้ว คณะกรรมการเห็นด้วยทุกคน สิบต่อศูนย์ ไม่รวมเสียงท่านนายกฯที่ยังไงก็สนับสนุนอยู่แล้ว เพราะเสนอเอง ราบรื่นเรีัยบร้อยโรงเรียนปูด้วยประการทั้งปวง ตอนนี้เพียงแต่รอเวลาและการได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ท่านอดุลย์ฯ ก็จะรับผิดชอบเต็มตัว

เพียงแค่การแต่งตั้ง ผบ.ตร. ก็สัมผัสได้กับลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะพัดผ่านเข้ามาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติระลอกสำคัญ เชื่อมั่นอย่างเหลือเกินว่า ช่วงเวลาสองปีภายใต้การนำของท่านอดุลย์ฯนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้รับการ Re-innovated ครั้งใหญ่ เป็นเรื่องเป็นราว เป็นขั้นเป็นตอน ผ่านกระบวนการที่เป็นระบบ ด้วยความมีวิสัยทัศน์ ภายใต้การนำของ ผบ. ที่มีความช่ำชองทางความคิด ทางวุฒิภาวะและทางการบริหารจัดการ  มีความชำนาญในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล มีเทคนิคในการจัดระบบการควบคุม สั่งการ กำกับดูแล ประเมินผล แก้ไขปัญหา ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหน่วยงาน พัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน พัฒนาวิธีการหรือวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และเป็นผู้มีความเอาจริงเอาจัง ขยันหมั่นเพียร เสียสละทุ่มเทอุทิศให้กับงานมากที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ตำรวจไทย 

เขียนมาถึงขนาดนี้ ไม่ได้โม้เกินจริง หรือฝันกลางวัน หรืออีกอย่างที่กำลัง ฮิต คือ การจินตนาการเอาเอง… และก็ไม่ได้ไปพูดแทนท่าน..ซึ่งไม่ได้อยู่แล้ว… และก็ไม่ได้หมายความว่า หากไม่ได้ท่านอดุลย์ฯ มาเป็น ผบ.ตร. กลับกลายเป็น ท่านปานศิริฯ ได้เป็นขึ้นมาแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่ได้มีแนวโน้มที่จะได้รับการพัฒนาให้สมกับยุคหรือสมัยแต่ประการใด… ผู้เขียนเคยทำงานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของทั้งสองท่าน กับท่านปานศิริฯ นั้นแม้จะเป็นในช่วงสั้นๆ เพียงแค่ปีเดียวในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่ง ผบช.น. ก็ตาม แต่ก็ได้เห็นวิสัยทัศน์ แนวคิด ในการนำตำรวจไปสู่ความเป็นมืออาชีพสะท้อนออกมาจากการบริหารงานของท่าน หรือเวลาที่ท่่านประชุมชี้แจงนโยบายสำคัญ ยังจำได้ว่า มีคำเหมือนคำขวัญของท่านปานศิริฯ เพื่อกระตุ้นความพร้อมของตำรวจนครบาลสู่การให้บริการแบบตำรวจอาชีพว่า  I AM READY… หมายถึงตัวท่านนั้นพร้อมแล้วที่จะนำพวกเรา(ตำรวจนครบาล)ไปสู่ความเป็นมืออาชีพ พวกเราล่ะพร้อมหรือยัง… อะไรทำนองนี้… แต่เพียงแค่ปีเดียวท่านปานศิริฯ จะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว… หากท่านปานศิริฯ เป็น ผบ.ตร. เหตุการณ์ก็อาจจะคล้ายกับการเกิดขึ้นกับตำรวจนครบาล เวลาแค่ปีเดียวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์การใหญ่ขนาดนี้แค่คิดปีเดียวก็หมดแล้ว ยังไม่ได้แปรนโยบายสู่การปฏิบัติเลย หมดเวลาได้เวลาเลือก ผบ.ตร.คนใหม่…ที่คิดไว้จบกัน..คนใหม่มาคิดใหม่..

แต่กับท่านอดุลย์ฯ นั้น สองปี มีเวลาที่จะคิดมีเวลาที่จะทำกับงานใหญ่ขนาดนี้ ผู้เขียนได้ชื่อว่าเป็นลูกน้องของท่านอดุลย์ฯ เมื่อคราวที่ท่านข้ามห้วยเข้ามาเป็นผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือจราจรกลาง เมื่อคราวเกิดวิกฤติ เรื่องค่าปรับควันดำ กลายเป็นส่วยพ่นพิษคาร์บอนด์ไดออกไซด์ สำลักควันกันหลายต่อหลายคน …. ท่านอดุลย์ฯ เป็นสายตรงที่ส่งมา(จากใครไม่รู้.. ก็ไม่รู้จริงๆเหมือนกัน)แก้ไขปัญหา… แล้วก็ตรงกับช่วงที่ประเทศไำทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ บก.จร. นั้นเป็นตัวหลักในการจัดการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัยในการเดินทางกับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั่วเอเซียและทั่วโลก.. ท่านเริ่มใช้วิธีการบริหารจัดการแบบเสนาธิการที่ท่านถนัด… ท่านเห็นว่า สายงานที่กองบังคับการตำรวจจราจรมีอยู่ตามสายงานปกตินั้น ไม่เข้มแข็งพอที่จะทำงานเชิงรุกไปพร้อมกับท่านได้ ท่านก็ใช้วิธีการ จัดตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดแนวทางนโยบายในการปฏิบัติงานของหน่วย ในภาพรวมหรืองานที่เป็นงานประจำตามสายงานปกตินั้น ให้เป็นสายงานเดิมเป็นหลักดำเนินการไป ส่วนภารกิจของหน่วยที่มีมาในแต่ละช่วงแต่ละวันแต่ละเ้ดืิอน รวมถึงงานเชิงรุกและแนวทางการพัฒนาหน่วยงาน พัฒนาบุคลากร นั้น ท่านใช้ทีมงานที่มาจากนายตำรวจใน บก.จร.นั้นเอง ใครเหมาะสมทำหน้าที่ฝ่ายข่าว ฝ่ายแผน ฝ่ายกำลังพล ฝ่ายสนับสนุน ท่านก็กำหนดขึ้นมา แล้วก็นั่งเป็นหัวโต๊ะประชุมพิจารณา รับฟังความคิดเห็นจากทุกคนทุกงานทุกเรื่อง เรื่องนี้ฝ่ายข่าวว่าอย่างไร ฝ่ายแผนมีการกำหนดมาตรการอย่างไร ฝ่ายกำลังพลจะต้องดำเนินการอย่างไร ฝ่ายสนับสนุนมีเงินงบประมาณ อุปกรณ์เครื่องมืือเครื่องไม้หรืิอไม่ ทุกคนในคณะทีมงานต้องทำงานการบ้านล่วงหน้า นำแนวทางการดำเนินงาน ปัญหาข้อขัดข้องอุปสรรคและแนวทางการแก้ไขมานำเสนอ ท่านก็จะรับฟัง พร้อมทั้งคิดพิจารณา ตัดสินใจ หรือหาแนวทางแก้ไข หาทางออกที่เหมาะสม  นอกจากนั้นงานใดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ท่านให้มีการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดทุกระดับ…

ไม่เฉพาะแต่ในด้านนโยบาย การประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ แก้ไขปัญหาเท่านั้น ท่านอดุลย์ฯ ยังเป็นผู้บังคับการตำรวจจราจรคนแรก ที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเพื่อไปตรวจเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจลูกน้องผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่กลางถนน ใครไปทำอะไรอยู่ที่ไหน เหนื่อยยากลำบากอย่างไร ท่านไปเยี่ยมเยียนถึงที่ด้วยการสวมหมวกนิรภัยซ้อนรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้บอกกล่าว เล่นเอาตำรวจจราจรกลางผงะ ตกกะใจ ระคนยินดีที่ผู้บังคับบัญชาไปเห็นการทำงานของพวกเขา ไม่ใช่แค่นั่งสั่งการแล้วหลบร้อนอยู่ในห้องติดแอร์… ภาพที่ท่านอดุลย์ฯ นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์จึงเห็นกันจนชินตา และไม่ใช่แค่ออกตรวจเยี่ยมลูกน้องเท่านั้น แต่รวมถึงการเดินทางไปประชุมร่วมกับหน่วยงานอื่นหรือผู้บังคับบัญชาด้วยด้วย ท่านก็ใช้รถจักรยานยนต์ ท่านบอกว่า ไปได้เร็วดี ได้งานเยอะ ไม่งั้นไม่ทัน….

เรื่องงานกับท่านอดุลย์ฯนั้น ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด เสร็จงา่นนี้ก็งานนู้น แล้วก็งานหวังผลไำด้ทุกงาน ผู้เขียนอยากจะเขียนเป็นเรื่องราวเก็บเอาไว้เหมือนกัน จะดูสิว่า จำอะไรได้บ้างเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ ผบ.ตร.คนใหม่ เอาไว้ตอนหน้า…

ตอนนี้ขอแค่ร่วมแสดงความยินดีกับท่านอดุลย์ฯ หรือ พี่อู๋ หรือ นายอู๋ ของน้องๆนายตำรวจและผู้ใต้บังคับบัญชา กับตำแหน่งหน้าที่อันสูงสุดในอาชีพ ท่านอดุลย์ฯ เคยพูดให้พี่ๆน้องๆฟังว่า “….เป็นนายพลเมื่ออายุ ๔๓ เท่านี้ถือว่าพอแล้ว พอใจแล้ว ต่อจากนี้ไปจะเป็นไำปถึงแค่ไหน ไม่ขอสนใจ ขอตั้งใจอุทิศเพื่อการทำงานอย่างเดียว ได้แค่ไหนไม่สำคัญ เขา(ตร.) ให้ไปทำอะไรไปทำหมด ให้ไปเลี้ยงหมา ก็จะไปเลี้ยงให้ดีที่สุด….”  แต่ในที่สุด ท่านก็ได้เป็น ผบ.ตร. จนได้ครับ… ท่านไม่ต้องเลี้ยงหมาแล้วครับท่าน แต่ท่านต้องเลี้ยงตำรวจทั้งกรม หนักกว่าหลายเท่าครับท่าน… ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งครับท่าน….  อ้อ…แหะ แหะ.. ผมอยู่ตรงนี้ครับ ยังไม่ได้เป็นผู้กำกับเลยครับ… ท่านอยากได้ไว้ใช้งานไหมครับ…

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

2 responses to “ยินดีอย่างยิ่งกับ ผบ.ตร. คนใหม่…!!! (๑)

  1. kaebmoo

    สิงหาคม 21, 2012 at 9:54 am

    เอ อ … คือว่า อันท้าย ท้าย นี่ ต้องรีบ Print ไปให้ท่านโดยเร็วนะครับ ตกขบวนเดี๋ยวมันจะไม่ทัน กลายเป็นผู้กินกับ…อย่างเดียว / อย่างน้อยเป็นนายพล ตอน ๕๓ หลังท่าน อดุลย์ สัก ๑๐ ปี ก็ยังดี ๕ ๕ ๕​

     
    • sertsak

      สิงหาคม 24, 2012 at 9:40 pm

      ขอบคุณคุณแค็ปหมูที่เข้ามาอ่านนะขอรับ….. อิอิ คุณรู้ทัน นี่กระผม ก็พยายามที่จะโหนไม่ให้ออกนอกหน้านักแล้วนะครับ มันเกินงามไปหรือเปล่าขอรับ..ฮ่า ฮ่า…

      แหะ แหะ … ขอพันเอก ก่อนละกันครับ…

       

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Kaebmoo's Blog

Blog ไม่ใช่ของกู

voaw

A great WordPress.com site

sertsak

No noodles, the family.

Live, Nerd, Repeat

Making life better through the perfect application of humor and nerdery

You read me, but you can change me not.

Mentally unhealthy kinda characteristic.

The Kid Travels

Ed Gregory (The Kid) goes travelling

Bagni di Lucca and Beyond

Brisbane, Bagni di Lucca and everything in between

TED Blog

The TED Blog shares interesting news about TED, TED Talks video, the TED Prize and more.

Framework

Capturing the world through photography, video and multimedia

[e]

a little about (M)E

On The Scene

Follow FOX News reporters and producers around the globe to get raw, behind-the-scenes access to the stories making headlines.

NewsFeed

Breaking news and updates from Time.com. News pictures, video, Twitter trends.

Post it Notes from my Idiot Boss

delivered directly to my computer monitor on an all too regular basis...

The Life and Times of Nathan Badley...

just like Moby Dick, but shorter and less whale-oriented.

Allen's Zoo

Art, Illustration, Character Design

Search Blogs

Just another WordPress.com weblog

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.

%d bloggers like this: