RSS

ฤดูเลือกตั้ง…ถึงคราวที่จะต้องเลือกข้าง?

31 พ.ค.

เข้าคูหา กาเลือกตั้ง

ในแวดวงสังคมวันนี้ หากใครไม่พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งเลยสักนิดล่ะก็ ดูเหมือนว่า จะปล่อยปละละเลยเรื่องใกล้ตัวไปสักหน่อย ทุกวันนี้การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว ที่เราจะปล่อยให้คนเพียงกลุ่มเล็กๆไม่กี่คนคิดเองเออเองต่อไปได้อีกแล้ว เพราะดูเหมือนว่า การเมืองจะเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเราทุกคนไปเสียหมด ตั้งแต่เกิดยันตายกันเลยทีเดียวก็ว่าได้ เริ่มจากตื่นนอนขึ้นมาต้องอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน จะมีน้ำใช้หรือไม่ เดี๋ยวนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศอีกต่อไปแล้ว เพราะแม้แต่ในประเทศที่แทบไม่มีฝนตกเลยในแต่ละปี หากการเมืองดี มีรัฐบาลดี บริหารจัดการเก่ง ประชาชนย่อมมีน้ำประปาใช้ได้ไม่ขาดแคลน… ไหนจะสบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟันอีกล่ะ คุณภาพและราคาเป็นอย่างไร เมื่อจะหุงหาอาหารเช้ากิน ข้าวสารอาหารมีพอหรือไม่ ถูกหรือแพง แก๊สจะทอดไข่หมดหรือยัง มาเป็นถังหรือมาตามท่อ (อ้อ..อย่าลืมดูว่า ไข่ขายเป็นฟองหรือว่าชั่งกิโลขายด้วย จะได้ซื้อถูก..อิอิ) ไฟฟ้าที่จะใช้เสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวอีกล่ะ ไฟดับหรือถูกตัดไฟ พอถึงเวลาเดินทางไปทำงาน จะใช้รถยนต์ส่วนตัว รถสาธารณะ หรือรถประจำทาง ถนนหนทางสภาพเป็นอย่างไร เดินทางสะดวกหรือไม่ การจราจรเป็นอย่างไร น้ำมันถูกหรือแพงแค่ไหน เมื่อไปถึงที่ทำงานแล้ว สภาพการทำงานเป็นอย่างไร น่าทำงานหรือไม่ เงินเดือนเป็นอย่างไร สถานะการงานมั่นคงแค่ไหน มีสวัสดิการดูแลดีหรือไม่ เมื่อมีครอบครัวมีบุตรก็ต้องคิดว่าการดูแลครรภ์ของมารดาจะทำอย่างไร จะฝากครรภ์ทำคลอดที่ไหน คลอดแล้วโตขึ้นมาจะให้เรียนหนังสือยังไง เรียนที่ไหน โอย..อีกจิปาถะในชีิวิต.. ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ล้วนสืบสาวเชื่อมโยงไปอยู่ที่นโยบายและการบริหารจัดการของรัฐบาลทั้งสิ้น… แล้วอย่างนี้จะว่า การเมืองเป็นเรื่องไกลตัวอีกได้หรือ….

เมื่อสามสิบสี่สิบปีก่อนสมัยที่ยังเป็นเด็ก คนส่วนใหญ่สมัยนั้นแทบไม่เคยคิดเลยว่า การเมืองจะมีผลต่อความเป็นอยู่ของทุกคนขนาดนี้ มักคิดกันว่าการเมืองการปกครองเป็นเรื่องของพวกเจ้านาย ของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เลือกตั้ง(หากมี ซึ่งน้อยครั้งมาก)ก็ไปเลือกตามแต่ที่เจ้านาย ครู เจ้าอาวาสวัด หรือกำนันผู้ใหญ่บ้านบอกให้เลือกให้กา เลือกแล้วก็แล้วกัน ไม่เกี่ยวข้องกันอีก ใครรวยใครจน ก็มักจะตัดสินกันแค่ขยันหรือขี้เกียจ อยากรวยก็ขยันเข้าไว้ หากใครขยันแล้วยังจนอยู่ ก็โมเมกรอกหูกันว่า บุญวาสนาไม่ดี ขยันอย่างไรก็ไม่รวย “บุญวาสนาน้อย” จึงกลายเป็นคำปลอบใจของคนขยันแต่ยังจน ไม่มีใครนึกถึงคำว่า “โอกาส” ซึ่งเป็นสิ่งที่มาจากนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาลเลย บริการของรัฐในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สาธารณสุข หรือสวัสดิภาพในสังคม ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของโชคลาภบุญวาสนาไปเสียหมด ใครไม่ได้รับ ไม่ได้มีกับเขา ก็ไม่ได้กล่าวหาว่า รัฐบาลบริหารไม่ดี แต่เป็นเพราะบุญวาสนาของคนๆนั้นน้อย โชคไม่ดีหรือไม่ค่อยมีับุญที่มาเกิดหรืออยู่ในสถานะที่ไม่อาจเข้าถึงบริการเหล่านั้นได้  มีเพียงบางคน(ที่บุญวาสนาดีหรืออาจจะเรียกไ้ด้ว่า “มีเส้น”)เท่านั้นที่จะได้รับบริการที่ดีจากรัฐ หรือจากการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ทั้งหลาย ทัศนคติเรื่องการได้รับการบริการขั้นพื้นฐานของประชาชนคนรากหญ้า หรือเรื่องความยากจน ความลำบากข่นแค้น (หรือที่เรียกว่า จนดักดาน) จึงเป็นเรื่องของบุญวาสนา หาใช่ความบกพร่อง ความผิดพลาดหรือความไม่ได้เรื่องได้ราวของรัฐบาลแต่อย่างใดไม่

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ทัศนคติของประชาชนเปลี่ยนไปไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะความเจริญของโลก ความเจริญของเทคโนโลยี หรือการสื่อสารหรืออะไรก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่ที่สรุปได้ชัดเจนที่สุดคือ ประชาชนคนรากหญ้าฉลาดขึ้น รู้มากขึ้น หรือภาษาสมัยใหม่เขาว่า “ตาสว่าง”แล้ว รู้ว่า ตนเองเป็นผู้เสียภาษี เป็นผู้ทำมาหาเลี้ยงผู้ปกครองและผู้มีอำนาจรัฐ ดังนั้นต้องเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจัดหาบริการและสวัสดิการที่เหมาะสมให้กับทุกคนโดยที่ไม่ต้องไปรอโชควาสนา ประชาชนรู้แล้วว่า ตนไม่ได้เป็นผู้รอเศษอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงของกลุ่มคนผู้ปกครองไม่กี่คนไม่กี่กลุ่มอีกต่อไป รู้ว่า พวกเขาจะต้องเป็นผู้ได้รับเชิญไปในงานเลี้ยงนั้นด้วย แม้ว่าจะไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับกลุ่มคนผู้ปกครอง แต่ก็ต้องได้รับการจัดเลี้ยงอย่างเสมอภาคเหมือนกัน ทัศนคติของประชาชนกับการได้รับการบริการและสวัสดิการของรัฐเปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากประชาชนคนที่ไม่เคยรู้เลยว่าตนเองมีสิทธิที่จะต้องได้รับ กลายเป็นรู้ว่า สิทธินั้นเป็นสิทธิอันชอบธรรมของตน และเมื่อยิ่งเคยมีรัฐบาลที่ได้มาจากการใช้สิทธิเลือกตั้งของตนเอง แล้วมีนโยบายส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง มีนโยบายที่ส่งเสริมโอกาสทีเปิดกว้างมากขึ้นให้กับทุกคนเพื่อพ้นจากความยากจนดักดาน มิหนำซ้ำรัฐบาลนั้นยังมีความสามารถในการบริหารจัดการให้เิกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สิ่งที่ประชาชนเคยนึกเคยคิดว่า ฐานะความยากดีมีจน หรือการได้รับบริการที่ดีขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของแต่ละคนนั้น แท้จริงมันคือ สิ่งที่รัฐจะต้องจัดหาให้ และรัฐบาลไม่ใช่เจ้านายประชาชนอีกต่อไป แต่มีหน้าที่ที่จะต้องจัดการให้เกิดการบริการที่ดีกับประชาชน ให้เกิดโอกาสที่เปิดกว้างให้กับทุกคนที่มีความรู้ความสามารถ ให้เกิดกับทุกคนที่เป็นคนไทยอย่างเสมอภาค ทุกคนต้องมีโอกาสที่จะใช้ความสามารถของตน พลิกฐานะจากคนจนมาเป็นคนมั่งมี และต้องมิสิทธิได้รับการบริการที่ดีจากรัฐได้อย่างเท่าเทียมกัน ภาพที่เคยอยู่แต่ในอุดมคติกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้อย่างแท้จริงเมื่อได้รัฐบาลที่มาจากการใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อความหวังแห่งโอกาสและสิทธิที่ประชาชนคาดหวังนั้น ถูกทำลายลงโดยกลุ่มของผู้ปกครอง(ที่คิดว่า ประชาชนเป็นแค่ผู้รอเศษอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยง กำลังสะเออะเผยอตัวขึ้นมาอ้างสิทธิที่ร่วมงานเลี้ยง) แล้วจัดรัฐบาลที่ทำให้ดูเหมือนมีความสามารถโดยการโฆษณาชวนเชื่อ แล้วลอกเลียนแบบนโยบายที่ถูกอกถูกใจคนส่วนใหญ่ มาทำหน้าที่บริหารจัดการแทน โดยหวังว่า ม้าตัวนี้ใครเป็นจ๊อกกี้ขี่ก็เหมือนกัน มันอยู่ที่ม้า ไม่ได้อยู่ที่จ๊อกกี้ แต่เวลาสองปีที่ผ่านมา กาลกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น นโยบายเดียวกัน ประชานิยมเหมือนกัน รัฐสวัสดิการเหมือนกัน แต่บริหารจัดการไม่เป็น ผลที่ออกมาคราวนี้นอกจากจ๊อกกี้จะขี่ม้าไม่เก่งแล้ว ดูท่าเหมือนเกือบจะตกม้าเอาเสียอีก เราจึงได้เห็นภาพของความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสังคมการเมืองอย่างเช่นทุกวันนี้ การเลือกตั้งคราวนี้ จึงเหมือนเป็นการที่ประชาชนจะได้โอกาสคิดอีกครั้งว่า จะเสี่ยงไปกับจ๊อกกี้มือใหม่หัดขับ ที่ไม่ได้มีความสามารถในการบริหารจัดการใดๆเลยนอกจากสร้างภาพลักษณ์ดีและวาทะโวหารเยี่ยมยอดเท่านั้น

ไม่ว่าใครจะกล่าวอ้างหรือคัดค้านว่า ข้อความย่อหน้าข้างต้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นจริงอย่างไร ก็แล้วแต่ความคิดเห็นของปัจเจกบุคคล ไม่ขอโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น เพราะเบื่อหน่ายกับการโต้แย้งที่ไม่จบสิ้น อีกทั้งไม่ใช่นักวิชาการที่จะหยิบยกเอาเหตุผลอันสวยหรูมาโต้แย้งกลับ เพียงแต่อยากจะเรียนว่า ทั้งหมดนั้นเป็นข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ตรง ทั้งที่พบเห็นเองและจากการพูดคุยในแวดวงที่สัมผัสอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่า พรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารบ้านเมืองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแนวนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการนโยบายต่างๆนั้น ให้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงและมีประสิธิภาพ ซึ่งเคยมีผู้ทำให้รู้ว่าแล้วว่า “ทำได้ หากทำเป็น” ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ หากตัดเรื่องความรัีกความความชอบส่วนตัวออกไปเสียก่อน แล้วมาดูกันที่แนวนโยบายและความสามารถที่เคยมีมาของแต่ละพรรคแล้ว เชื่อว่า การตัดสินใจที่จะเลือกพรรคใด เลือกใครคงจะไม่ยากนัก

อย่างไรก็ตาม ในฐานะอย่างเราๆท่านๆโดยทั่วไปแล้ว  การได้โอกาสมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อกำหนดทิศทางความเป็นอยู่ของตนเองในฤดูของการเลือกตั้งทั่วไป(โดยเฉพาะครั้งนี้) ถือเป็นวาระสำคัญที่ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งไม่ควรพลาด อยากให้บ้านเมืองไปในทิศทางไหน  ก็ดูเอาจากนโยบายของพรรคการเมืองที่นำเสนอ ซึ่งถือว่าเป็นการพิจารณาเบื้องต้น แต่หากจะให้ดีต้องดูให้ลึกลงไปอีกว่า สวยหรูแต่นโยบายอย่างเดียวหรือเปล่า กำหนดนโยบายแล้วทำได้อย่างที่หาเสียงไว้หรือไม่ พรรคที่นำเสนอนโยบายนั้น มีประวัติการทำงานเป็นอย่างไร มีแนวทางการบริหารจัดการอย่างไร ทำได้จริง หรือว่า ดีแต่พูด อย่างที่เขาว่ากัน (ฮา..ฮา).. แต่ก็นานาจิตตัง บางคนบางกลุ่มอาจไม่ได้ดูตรงนี้ก็ได้ จะเลือกพรรคนี้อ่ะ ก็หล่อล่ำอ่ะ ดูไฮโซดี หรืออะไรก็ว่ากันไป… เรื่องนี้ไม่ว่ากัน… แต่อย่าปล่อยให้ใครมาชี้นำในทางที่ผิด เช่น ใครไม่เลือกพรรคนี้ถือว่า ไม่รักบ้านรักเมือง อย่างนี้ไม่ใช่การหาเสียงแล้ว มันเป็นการแบ่งพวกตีกันเสียล่ะมากกว่า..

สุดท้ายนี้ ไม่่ว่า ท่านจะเลือกโดยพิจารณาจากด้านไหน เลือกโดยสมอง โดยความชอบส่วนตัว หรือเลือกโดยสัญชาติญาน เป็นสิทธิของแต่ละท่านแต่ละคน มิอาจดูหมิ่นดูแคลนกันได้ แต่อย่าให้ใครมาสั่งท่านได้ว่า ให้เลือกใคร หรือให้ใครมาซื้อสิทธิซื้อเสียงของท่านไปได้…และที่สำคัญอย่าให้ใครมาจูงจมูกท่านได้ว่า เลือกอย่างนี้มันไม่รักบ้านรักเมืองนี่หว่า… อย่างนี้ดูเหมือนจะดูถูก หมิ่นนำ้ใจกันเกินไปหน่อยกระมัง…อิอิ

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Kaebmoo's Blog

Blog ไม่ใช่ของกู

voaw

A great WordPress.com site

sertsak

No noodles, the family.

Live, Nerd, Repeat

Making life better through the perfect application of humor and nerdery

You read me, but you can change me not.

Mentally unhealthy kinda characteristic.

The Kid Travels

Ed Gregory (The Kid) goes travelling

Bagni di Lucca and Beyond

Brisbane, Bagni di Lucca and everything in between

TED Blog

The TED Blog shares interesting news about TED, TED Talks video, the TED Prize and more.

Framework

Capturing the world through photography, video and multimedia

[e]

a little about (M)E

On The Scene

Follow FOX News reporters and producers around the globe to get raw, behind-the-scenes access to the stories making headlines.

NewsFeed

Breaking news and updates from Time.com. News pictures, video, Twitter trends.

Post it Notes from my Idiot Boss

delivered directly to my computer monitor on an all too regular basis...

The Life and Times of Nathan Badley...

just like Moby Dick, but shorter and less whale-oriented.

Allen's Zoo

Art, Illustration, Character Design

Search Blogs

Just another WordPress.com weblog

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.

%d bloggers like this: