RSS

คนรักฟุตบอล

13 พ.ค.

ผมก็เหมือนกับคนอีกจำนวนมาก ที่ชอบและรักในกีฬาฟุตบอล ชอบเตะฟุตบอล ชอบดูฟตบอล เชียร์บอล แต่ไม่ใช่ไม่เคยพลาด เล่นทุกนัดลุ้นทุกแมทช์ อะไรทำนองนั้น ติดตามบ้าง หากเป็นทีมที่ชอบก็ติดตามนิดหน่อย… เพื่อรู้ข่าวไว้  แต่ชอบเตะฟุตบอล เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ เตะลูกบอลพลาสติก จากลูกเล็ก มาพลาสติกลูกใหญ่ แตกง่ายก็ซ้อนสองสามชั้น มีลูกเทนนิสก็เตะลูกเทนนิส ไม่ได้เล่นเทนนิส เพราะไม่มีไม้ แต่มีลูก บางทีก็เอาไว้เล่นปาอัดกันในหมู่เด็ก ลูกอะไรที่กลมและพอจะเตะได้ เตะมาแล้วทั้งนั้น… ผมเป็นเด็กชนบทของจังหวัดพระนคร แถวประเวศ พระโขนง สมัยนั้นเมื่อสี่สิบปีก่อน อาจจะยังเรียกได้ว่า ชนบทห่างไกลปืนเที่ยง ได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ… แม้จะเป็นจังหวัดพระนคร เมืองหลวง แต่ที่นั่นก็ยังหาอุปกรณ์กีฬายากอยู่น่ะ การจะได้ลูกฟุตบอลหนังขนาด เบอร์ ๕ ใหม่ๆ มาเตะสักลูกนึงนี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย สำหรับเด็กๆอย่างพวกเราในตอนนั้น

มาได้ลูกฟุตบอลลูกแรกเป็นของกรรมสิทธิของพวกเราเอง เริ่มจากได้ลูกบอลหนังยางในแตกมาใบนึง เพื่อนๆในก๊วนที่โรงเรียน เขามีอาชีพเสริมด้วยการเก็บเหล็ก ทองแดงตะกั่ว สายไฟ ของที่ยังใช้ได้จากกองขยะขนาดมหึมาที่อยู่ห่างจากโรงเรียนไม่ถึง ๕ กม. เป็นอาชีพเสริมในวันหยุดเรียน เก็บเอามาฝาก เป็นฟุตบอลยี่ห้อ ไฟว์สตาร์ สีขาวดำ สภาพค่อนข้างใหม่ แต่ยางในแตก สมัยนั้น ลูกฟุตบอลยังมียางใน เหมือนยางในล้อรถจักรยาน เพียงแต่รูปร่างกลมเท่านั้นเอง แผ่นหนังฟุตบอล ส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นหนังห้าเหลี่ยมแยกกันเป็นแผ่นๆ มีกี่แผ่นจำไม่ได้แล้ว เย็บต่อกันเป็นลูกกลมด้วยเชือก มีบ้างเหมือนกัน ที่พบลูกบอลที่ประกอบจาก แผ่นหนังเป็นชิ้นยาวๆคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าเย็บต่อกัน ลวดลายคล้ายลูกวอลเลย์บอล ได้มาแล้วก็ต้องมาแกะดูว่า ยางในของมันแตกอย่างไร แตกยังพอปะได้หรือไม่ ก็ปะแบบยางรถจักรยานนั่นล่ะครับ หารอยแตกรอยรั่ว เอากระดาษทรายขัดนิดหน่อย พอเป็นพิธีให้ดูเหมือนมืออาชีพที่ร้านปะยาง ตัดแผ่นยางรถจักรยานหรือยางในฟุตบอลที่ไม่ใช้แล้ว ให้ได้ขนาดตามต้องการเหมาะสมกับรอยแตก กระดาษทรายขัดนิดหน่อยเช่นกัน แล้วทาด้วยกาวปะยางรถจักรยาน ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้แล้ว (แต่อีกยี่สิบปีต่อมาทราบว่า กาวยี่ห้อนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนต้องควบคุมการจำหน่าย ไม่ใช่เพราะคนแห่ซื้อเอาปะยางอะไรกันมากมายที่ไหน แต่เป็นเพราะเด็กติดกาวกันมาก เดินดมกันเมามายแถวริมถนนมีให้เห็นกันจนเกือบจะชินตา) ทาทั้งสองที่ แล้วปล่อยทิ้งไว้ก่อน อย่าเพิ่งปิดทับในทันที ต้องรอให้กาวเกือบจะแห้งเสียก่อน แล้วค่อยติด กดทับให้แน่น ท่านว่า จะติดแน่นทนนาน ดีนักแล… อย่าบอกใครเชียว….

หลังจากนั้น ก็ยัดยางในกลับเข้าไปในลูกบอลตามเดิม แล้วก็เย็บแผ่นหนังลูกบอลที่แกะออกไว้ก่อนหน้านี้เข้าให้เหมือนเดิม การเย็บก็ทำตามรอยเดิมที่โรงงานเขาเจาะรูไว้ ยากหน่อยตรงหาเชือกที่เย็บให้เหมาะนั่นล่ะ เมื่อก่อนอุปกรณ์อะไรต่อมิอะไร ไม่ได้หาง่ายเหมือนอยู่หน้าบ้านเช่นทุกวันนี้ เชือกก็ต้องเสาะหาจากเชือกผู้กระสอบข้าวสาร ก่อนเอามาใช้ก็ต้องรูดกับเทียนให้เชือกเรียบตัวเชือกไม่ฟู เพื่อที่ได้ทนทานขึ้นและง่ายต่อการร้อยเย็บใส่รูของแผ่นหนัง แต่บางทีก็ต้องใช้เข็มเย็บขนาดใหญ่ช่วย เย็บแล้วต้องดึงให้แน่น ไม่เช่นนั้น เวลาสูบลมเข้าใปแล้ว ลูกบอลจะปริ แล้วก็แตก เชือกเย็บกระสอบดีที่ไม่ยืดหยุ่นมากนัก เย็บเสร็จแล้ว สูบลมเข้าเต็มที่ลูกบอลมักไม่ปริ เพราะเชือกไม่ค่อยยืดตัว แต่ร้อยเย็บยาก ยิ่งตอนนั้น เข็มขนาดใหญ่ที่พอจะร้อยเชือกได้ หายาก ต้องใช้ลวดเป็นตัวนำแทน ไม่เหมือนเส้นเอ็นที่ดีตรงร้อยเย็บง่าย ทนทานหากได้เส็นเอ็นขนาดใหญ่ แต่มีข้อเสียที่ยืดตัว หากตอนเย็บดึงไม่แน่นจริงๆ สูบลมเข้าไป เส้นเอ็นก็จะยืด ทำให้เกิดรอยแยกตรงรอยเย็บ เย็บเสร็จแล้วก็ต้องผูกปมให้แน่นหนา แล้วก็ยัดปมเก็บไว้ในลูกบอลให้เรียบร้อย ไม่งั้นปมเชือกจะโผล่ เสีย look ของลูกฟุตบอลหมด….

แต่หากพบว่า ลูกบอลลูกนั้น ยางในแตกชนิดระเบิด จนหมอไม่รับเย็บแล้วล่ะก็ ต้องหายางในมาเปลี่ยน พิจารณาเอาจากลูกที่หนังบอลเริ่มขาด จนเย็บซ่อมไม่ได้แล้ว หากไม่เปลี่ยนอาจทำให้ยางในแตก การเปลี่ยนก็ไม่ยุ่งยากนัก เพียงแต่เลาะเอาทั้งแผ่นของแผ่นหนังตรงที่มีจุดเติมลม เพราะยางในมันจะติดอยู่กับส่วนนี้ แล้วแกะเอายางในออก ไปเปลี่ยนติดกับแผ่นที่มีช่องเติมลมของลูกที่หนังดีกว่า แล้วเริ่มกระบวนการเย็บ เท่านี้ก็จะได้ลูกบอลใบใหม่ ที่การันตีได้ว่า เตะได้มันส์ส์..เหมือนเดิม แต่มีสีสันเพิ่มขึ้น..

สนามฟุตบอลก็แสนวิเศษ เนื่องจากบ้้านอยู่ใกล้โรงเรียนแบบรั้วเดียวกันเลย เป็นโรงเรียนวัด ที่ทางวัดมีคุณูปการต่อเด็กนักเรียนและชุมชนเป็นอย่างมาก สนามของวัด มีหญ้าแพรกขึ้นอยู่ทั่วไป ค่อนข้างเรียบ และกว้างขวางขนาดเท่าๆกับสนามฟุตบอลจริงๆ จึงเป็นสนามฟุตบอลของโรงเรียนและของชุมชนไปโดยปริยาย และนับได้ว่า เป็นสนามดีที่สุดในย่านชุมชนใกล้เคียง ตกเย็นทุกวัน จะมีชายหนุ่มนักกีฬาฟุตบอล ขี่จักรยานมาจากตลาดประเวศ เป็นกลุ่ม คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เป็นพวกเด็กโตรุ่นพี่ๆผมกันทั้งนั้น ผมก็มักจะไปเลียบๆเคียงๆ อยู่ข้างๆสนามฟุตบอลเสมอ เผื่อผู้เล่นไม่ครบ ผมก็จะได้โอกาสลงไปเล่น เป็น แบ็คมั่ง เป็นผู้รักษาประตูบ้าง เวลาที่เป็นผู้รักษาประตู ก็ต้องระวังหน่อย เรายังเด็ก เรียนประถมสามประถมสี่ จะรับลูกบอลที่ผู้ใหญ่เขายิงมาเต็มแรง  หรือจะพุ่งเข้าไปสกัด ก็ต้องพิจารณากันหน่อย ลูกแรงนัก ก็ต้องแกล้งเป็นรับไม่ได้ ไม่งั้นอาจถูกบอลอัดจนจุกได้… แต่ถ้าหากผู้ใหญ่เขามากันครบทีม เขาก็ไม่เรียก ผมก็ไปเตะฟุตบอลพลาสติกกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่สนามทราย ที่ติดกับสนามหญ้าเพียงแต่มีทางเดินและเสาธงชาติตั้งขวางไว้ เป็นสนามอยู่กลางระหว่างอาคารโรงเรียน ที่กว้างขวางพอที่ผู้ใหญ่อาวุโสจะเตะตะกร้อวง หรือบางวันก็เป็นตะกร้อลอดบ่วงได้วงหนึ่ง และเหลือที่เล่นฟุตบอลให้พวกผมเล่นบอล “โกรูหนู” ได้สบายๆ

แต่พอเริ่มมีลูกฟุตบอลของตนเอง ผมก็เป็นที่ต้องการของพี่ๆนักฟุตบอลบ่อยขึ้น วันไหนผมยังไม่ไปสนามฟุตบอล เพราะยังช่วยแม่ทำงานบ้านไม่เสร็จ พี่ๆเขาก็จะส่งคนขี่จักรยานมาตาม หรือไม่ก็มาขอยืมลูกฟุตบอลของผมไปเล่นก่อน… เมื่อก่อนนั้น เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในสมัยที่ก๊วยเตี๋ยวทั่วไปแถวบ้านชามละห้าบาท ลูกฟุตบอลยี่ห้อไฟว์สตาร์ ลูกหนึ่งเป็นร้อยบาท นอกจากราคาสูงแล้วยังหาซื้อยากด้วย ลูกบอลลูกนึง จึงค่อนข้างมีความหมาย… ผมก็เลยได้สิทธิพิเศษในฐานะเด็กเจ้าของลูกบอล ได้เล่นในสนามใหญ่บ่อยขึ้น แล้วก็เริ่มสม่ำเสมอทุกเย็น เมื่อเริ่มปะเย็บลูกฟุตบอลจนชำนาญ สามารถซ่อมปะลูกบอลให้พวกพี่ๆเขาเอาไปเตะใหม่ได้เหมือนเดิม ตั้งแต่นั้นมาพวกพี่หรือเพื่อนๆ ก็จะมีลูกบอลมาให้ผมปะ เปลี่ยนยางใน บางทียังใหม่เหมือนเตะไปไม่กี่ครั้ง เหมือนเก่าเก็บ แต่ยางในรั่วเพราะโดยของแหลมจิ้ม แต่สภาพหนังบอลภายนอกยังเหมือนใหม่ พอปะหรือเปลี่ยนยางในแล้ว ก็ได้ลูกบอลใหม่มาเตะกันได้รสชาด ได้ความมันส์เพิ่ม… พวกเรา(หมายถึงผมกับเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกัน)เคยมีลูกบอลที่มาจากกองขยะและที่มาจากคนเอามาให้พวกเราปะซ่อมเตะกัน เป็นสิบลูก แบ่งปันกันเตะทั้งเด็กเล็กเด็กโตในโรงเรียน ผู้ใหญ่ที่มาเตะบอลตอนเย็นๆก็ได้ลูกบอลใหม่เสมอๆ หากบอลแตก หรือโดนไม้เสียบปลาหมึกหรือลูกชิ้นย่างเสียบ (ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า หากช่วงไหนที่วัดมีงานวัด มีหนังกลางแปลงฉาย จะต้องมาใช้สนามแห่งนี้ บางทีก็สองสามวัน มากวันกว่านั้นก็มี พอเสร็จงานสนามก็จะเต็มไปด้วยไม่เสียบลูกชิ้น ที่พวกเราเรียกตอนนั้นว่า ไม้ปลาหมึก(ใช้เสียบหนวดปลาหมึกย่าง) ก่อนจะเล่นฟุตบอล พวกรุ่นพี่ๆก็จะพากันเดินแถวหน้ากระดาน เดินเก็บไม้ปลาหมึกกันเสียก่อน ไม้งั้นมันอาจจะเสียบลูกบอลแตก หรือแย่กว่านั้น อาจเสียบง่ามนิ้วเท้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเท้านักเตะสนามงานวัดอย่างพวกเราเข้าได้ ซึ่งมีหวังได้เลือดโชกและเจ็บมาก..ขอบอก… ตอนเล่นไป ก็ต้องคอยดูสนามไปด้วย หากพบไม้ปลาหมึก หรือขวดแตก ตะปู ก็ต้องหมั่นเก็บออกทิ้ง… ตอนนั้น ลูกบอลว่าหายากแล้ว รองเท้าเตะฟุตบอล ที่เรียกกันว่า สตั๊ค ยิ่งหายากยิ่งกว่า อย่างดีก็มีกันแค่รองเท้าผ้าใบ ซึ่งมิอาจต้านทานอานุภาพการเสียบของไม้ปลาหมึกได้เสมอไปนัก ส่วนเด็กๆอย่างพวกผมนั้นไม่ต้องพูดถึง bare foot ด้วยกันทั้งนั้น

ด้วยความรักในกีฬาฟุตบอลในเบื้องต้นปฐมวัยนี้เอง ทำให้ผมเข้าใจได้ถึงความมันส์ในอารมณ์คนที่รักกีฬาทุกท่านได้ ผมเข้าใจที่เพื่อนชมรมฟุตบอลศิษย์เก่าสวนกุหลาบท่านหนึ่ง รักฟุตบอลแบบคนเตะฟุตบอล ไม่ได้คลั่งไคล้แบบนักเล่นบอล แต่รักแบบที่อยากจะชวนเพื่อนไปร่วมสนุกด้วยการเตะฟุตบอล ถึงขนาดใส่หน้ากากยอดมนุษย์ทาโร่ แต่งชุดนักฟุตบอลทีมชมรม ชวนเพื่อนๆมาร่วมเตะบอล ผมรู้ได้ทันทีที่เห็นภาพเลย ผมชอบเพื่อนคนนี้จัง…

ในวัยเด็กของพวกเรา ความรักในกีฬาฟุตบอล นอกจากจะทำให้เย็บลูกบอล ซ่อมลูกบอลเป็นแล้ว ยังทำให้พวกเราทำเสาประตูฟุตบอล จัดทีมฟุตบอลประจำถิ่น  ทำสนามบอล นัดแข่งกับทีมจากชุมชนอื่นบ้าง ยกทีมไปเตะที่สนามที่ชุมชนย่านอื่นบ้าง ไปจนถึงจัดการแข่งขันฟุตบอลขึ้นเอง… สนุกมากครับ… บางครั้งก็ระทึกขวัญด้วย… อย่างไร? เอาไว้ผมจะเล่าให้ฟังต่อคราวหน้าก็แล้วกัน….

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Kaebmoo's Blog

Blog ไม่ใช่ของกู

voaw

A great WordPress.com site

sertsak

No noodles, the family.

Live, Nerd, Repeat

Making life better through the perfect application of humor and nerdery

You read me, but you can change me not.

Mentally unhealthy kinda characteristic.

The Kid Travels

Ed Gregory (The Kid) goes travelling

Bagni di Lucca and Beyond

Brisbane, Bagni di Lucca and everything in between

TED Blog

The TED Blog shares interesting news about TED, TED Talks video, the TED Prize and more.

Framework

Capturing the world through photography, video and multimedia

[e]

a little about (M)E

On The Scene

Follow FOX News reporters and producers around the globe to get raw, behind-the-scenes access to the stories making headlines.

NewsFeed

Breaking news and updates from Time.com. News pictures, video, Twitter trends.

Post it Notes from my Idiot Boss

delivered directly to my computer monitor on an all too regular basis...

The Life and Times of Nathan Badley...

just like Moby Dick, but shorter and less whale-oriented.

Allen's Zoo

Art, Illustration, Character Design

Search Blogs

Just another WordPress.com weblog

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.

%d bloggers like this: