RSS

Camping ที่เขาใหญ่

18 มี.ค.

อาส่วง อาบุ๋น อาหยาง และภรรยา นั่งรับแดดตอนสายที่หอดูสัตว์หนองผักชี สถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งของคอรบครัวเรา

เมื่อปี ๒๕๔๙ หรือเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ครอบครัวเราไปเที่ยวเขาใหญ่ ลูกๆยังเล็กทั้งสามคน คนโตเพิ่งอายุ ๑๑ ปี คนกลางและคนเล็กเพิ่งจะอายุ ๘ และ ๕ ขวบ ตามลำดับ คราวนั้น เราไปพักที่บ้านพักของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อยู่ในโซนที่สอง ชื่อว่า ทิวทัศน์ ๒ ถ้าจำไม่ผิดนะ..

ในห้องนอนของบ้านพัก

อากาศตอนเช้าเย็นไหม?

สภาพบ้านพักเป็นแบบ ๒ ห้องนอน มีโต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องนอน โต๊ะอาหาร เครื่องน้ำอุ่น แบบบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่บนที่ราบบนยอดเขา ภูมิประเทศสวยงาม สถานที่สะอาด สะดวก สบาย สงบเงียบ เป็นส่วนตัว จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่ลูกๆยังเล็กอยู่

เลือกทำเลที่ชอบและเหมาะสม แล้วก็ลงมือตั้งเต็นท์กันเลย ไม่นานก็เสร็จ

ในปี ๒๕๕๔ พวกเรากลับมาเยี่ยมเขาใหญ่อีกครั้ง คราวนี้ลูกๆโต ช่วยดูแลตัวเองได้มากขึ้น พวกเราตัดสินใจร่วมกันว่า คราวนี้เราจะไปเที่ยวแบบ camping กันค่อนข้างเต็มรูปแบบหน่อย คือ จะกางเต็นท์นอน ทำอาหารทานกันเอง ตัดความสะดวกสบายบางอย่างออกไป และเลือกไปในวันที่ไม่ใช่วันหยุด เพื่อหลีกเลี่ยงความจอแจ จากผู้ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติเหมือนกับเรา ซึ่งถือเป็นความยากลำบากอย่างเดียวที่หลีกเลี่ยงได้ง่าย ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลูกๆปิดเทอมใหญ่ต้นเดือนมีนาคม แม้จะเข้าหน้าร้อนแล้ว อากาศบนเขายังไม่ร้อนจนเกินไป กลางคืนเย็นสบาย หากไม่มีฝนตก อากาศแจ่มใส คงเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า ก่อนไปพวกเราคิดอย่างนั้น

พวกเราเริ่มเตรียมตัว โดยการตระเตรียมสิ่งของจำเป็นที่จะต้องใช้ ประกอบด้วย

  • เต็นท์ที่พัก เราเลือกเอาเต็นท์ขนาดใหญ่เพียงเต็นท์เดียว เพื่อที่จะนอนรวมกันทั้งหมด ๕ คน (ที่อุทยานมีไว้ให้เช่าด้วย หากไม่ประสงค์ที่จะแบกขนใส่รถไปเอง)
  • อุปกรณ์สำหรับประกอบอาหาร ในส่วนนี้เราคิดกันว่า จะตระเตรียมชุดเครื่องครัวสำหรับไป camping ไว้โดยเฉพาะ บรรจุใส่กล่องขนาดพอประมาณไว้ เพื่อสะดวกในการขนย้าย แล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่จำเป็นจริงๆในการประกอบอาหาร เช่น หมอหุงข้าว กะทะ ตะหลิว ถ้วย จาน แก้วพลาสติก ช้อน ตะเกียบ มีด เขียง เป็นต้น (หากจะให้ดีควรหาขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไป แต่ครอบครัวเราค่อนข้างเป็นครอบครัวใหญ่ จึงต้องหาขนาดให้พอเหมาะ) ส่วนเตาสำหรับหุงหาอาหาร จะไปเช่าเตาถ่านที่ทางอุทยานมีให้เช่า (แต่หากจะเตรียมไปเอง โดยเลือกใช้เตาแก๊สปิคนิค ก็ได้เหมือนกัน) และอย่าลืมถ่านหุงข้าว ไม้ขีดไฟ แล้วก็ขี้ไต้สำหรับเป็นเชื้อไฟด้วย (ที่อุทยานมีขายอีกเหมือนกัน) อ้อ อุปกรณ์ทำความสะอาดภาชนะด้วยนะ
  • กล่องใส่อาหารสด ซึ่งสามารถบรรจุน้ำแข็งเพื่อใช้แช่ของสดได้ขนาดไม่ต้องใหญ่นัก จะเป็นกระติกน้ำแข็งหรือกล่องโฟมที่หาได้ง่ายก็ได้
  • อุปกรณ์ให้แสงสว่าง เราเตรียมตะเกียงน้ำมันก๊าด ไฟฉาย (ไฟส่องสว่างที่ใช้แบตเตอรี่ หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง)
  • อุปกรณ์เครื่องนอน ถุงนอน ที่ปูนอน ผ้าห่ม เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ผ้าเช็ดตัวและอุปกรณ์อาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย
  • รองเท้าสำหรับเดินป่า(หรือจะเป็นรองเท้าผ้าใบก็ใช้ได้ดี)  รองเท้าแตะด้วย
  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเล็กๆน้อยๆ เช่น พลาสเตอร์ยา ยาแก้ไข้ แก้ปวด ยาหม่อง ยาดม เป็นต้น อาจจะมีครีมกันแดด ครีมกันยุง กันแมลง กันทาก ด้วยก็ได้ โดยเราใส่รวมเป็นกล่องไว้เพื่อที่จะสะดวกในการหยิบใช้
  • อุปกรณ์ดูนก ดูดาว กล้องถ่ายรูป หนังสือที่อยากจะอ่าน อุปกรณ์สำหรับใช้ทำงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ ตรงนี้ ลูกสาวเลือก อุปกรณ์วาดรูป ส่วนลูกชายสองคน เลือกเอา สำรับไพ่ แล้วก็ Notebook ที่ชาร์จแบตเตอรี่ไว้เต็ม เพื่อใช้ในการอัพโหลดรูปจากกล้องถ่ายรูป (อันนี้ เจ้าลูกชายคนเล็กเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะต้องเอาไปให้ได้ โดยอ้างเหตุผลประกอบต่างๆนานา สงสัยมีเหตุผลแอบแฝง)
  • เก้าอี้สนาม เสื่อปูนั่ง ผ้าใบกันฝน

สิ่งที่พวกเราตระเตรียมไป เราตั้งใจที่จะไป camping กันสักสามคืน โดยจะออกเดินทางตอนสายๆวันอาทิตย์ แล้วเดินทางกลับในวันพุธ

แล้ววันเดินทางก็มาถึง เราใช้รถครอบครัว เป็นรถตู้ Chevrolet Astro ขนาด ๗ ที่นั่ง คันใหญ่หน่อย เราเรียกเธอว่า รถเศรษฐี เพราะทะเบียนรถ เป็นหมวด “ษฐ” จัดของทั้งหมดไว้ตอนหลังของรถเสร็จ ผู้โดยสารประจำที่ คนขับพร้อม จึงออกเดินทางโดยจะไปหาซื้อของสด เพื่อใช้ในการประกอบอาหารที่ตลาดสดก่อนที่จะออกจากกรุงเทพ พอผ่านตลาดก็ลงไปหาของสด ข้าวสาร ไข่ ของแห้ง และเครื่องประกอบอาหาร เช่น น้ำปลา ซอส เกลืือ น้ำตาล  และของส่วนตัวที่ยังขาดอยู่ ลูกๆเลือกซื้อขนมขบเคี้ยว แล้วเราก็รู้เหตุผลแอบแฝงของเจ้าลูกชายคนเล็ก เมื่อขออนุญาตซื้อแผ่นวีซีดี เรื่อง ไอ้มดแดง จึงได้บอกไปว่า ไม่ต้องซื้อหรอก บนเขาใหญ่มีมดแดงเยอะแยะ ดูไม่หวาดไม่ไหว…. เจ้าลูกชาย โคลงหัวตอบมาว่า ไม่ใช่อาป๊ะป๋า ไม่ใช่มดแดงอย่างนั้น นี่มันไอ้มดแดง…

แล้วการเดินทางจริงก็เริ่ม เราใช้เส้นทาง รังสิตนครนายก แทนที่จะไปทางปากช่อง อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวว่า ใกล้กว่า แวะทานข้าวกลางวันที่นครนายก เป็นร้านเป็ดย่าง ข้าวขาหมู เจ้าอร่อย ถือโอกาสซื้อถ่านหุงข้าว และน้ำมันก๊าดขวดนึง เจ้าของร้านโชวห่วยที่ไปซื้อรับประกันว่า ถ่านดีให้แรงไฟสูง จุดติดไฟง่าย ไม่แตกกระเด็น แถมบอกว่า เอาถุงใหญ่ไปดีกว่า ถุงเล็ก ๒๐ บาท ถุงใหญ่ ๔๐ บาทคุ้มกว่า..อิอิ..เราเชื่อคนขายครับ.. เราแวะอีกครั้งก็ตรงทางแยกขึ้นเขาใหญ่ เพื่อหาซื้อเห็ดไปย่างกิน แบบเห็ดญี่ปุ่น เรามาถึงบนที่ทำการอุทยานประมาณ บ่ายสองโมง ขับรถเที่ยวเล่นทักทายบรรยากาศโดยรอบของเขาใหญ่เสียหน่อยนึงก่อน ก่อนที่จะตรงเข้าไปที่บริเวณลานกางเต็นท์ลำตะคอง

ที่กางเต็นท์บนเขาใหญ่ ยังมีอีกที่หนึ่ง คือบริเวณผากล้วยไม้ ไปทางเดียวกันกับแคมป์บริเวณลำตะคองนั่นล่ะ แต่อยู่ลึกและต่ำลงไปหน่อยนึง ใกล้น้ำตกเหวสุวัต และน้ำตกผากล้วยไม้่ แต่พวกเราชอบที่ที่ลำตะคองมากกว่า  เพราะค่อนข้างกว้างขวางและเปิดโล่ง มีลำธารน้ำ สระน้ำ อยู่ใกล้ๆ อีกด้านนึง เป็นแนวเชิงป่า ต้นไม้ไม่มากเหมือนที่ผากล้วยไม้

หลังจากที่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยาน ขอคำแนะนำ ชำระค่าธรรมเนียม เช่าเตาหุงข้าวแล้ว พวกเราก็ตรงไปเลือกสถานที่ตั้งเต็นท์ เลือกทำเลด้านในของบริเวณ แต่อยู่ที่สูงหน่อย ใกล้กับร่มไม้ มีแมกไม้และหมู่หินอยู่ใกล้ๆ คะเนดูว่า หากจับพลัดจับผลูฝนตกลงมา เต็นไม่ขวางทางน้ำไหล มีที่บังลมพายุ และใกล้อาคารห้องน้ำ แล้วก็ลงมือกางเต็นท์ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ได้อาศัยกำลังของลูกชายคนแรก ที่อายุ ๑๓ ปี แต่ตัวโตแข็งแรงช่วยยกนู่นยกนี่ เจ้าตัวเล็ก ๑๐ ขวบ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยสั่งการไม่นานก็กางเสร็จ ส่วนลูกสาวคนโตและภรรยาก็ช่วยกันจัดของใช้ส่วนตัวเข้าในเต็นท์ พอตั้งเต็นท์เสร็จยกของลง เราก็เคลื่อนย้ายรถ ไปจอดบริเวณที่จอดรถที่อยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งเต็นท์นัก

เมื่อที่พักเรียบร้อย ก็พอดีได้เวลาลงมือเรื่องหุงหาอาหาร เริ่มตั้งแต่ก่อไฟ อาหยาง ลูกชายคนเล็กเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะต้องใช้ เตาแบบหินสามก้อน อย่างลูกเสือที่เขาเรียนมา โดยมีอาบุ๋นพี่ชายเป็นแนวร่วม ก็เลยต้องให้เขารับผิดชอบก่อกองไฟสำหรับเตาหินสามก้อนเอง โดยมอบทั้งถ่าน ขี้ไต้ ให้ พวกเขาก็พากันไปหาฟืนมาเป็นเชื้อ ส่วนผมซึ่งคะแนนเสียงส่วนน้อย ก็จุดไฟในเตาถ่านไป เพื่อที่จะได้หุงข้าว ส่วนเตาของพวกเขา เห็นว่าจะเอาไว้ใช้ทำอาหาร จำพวกไข่เจียว ผัดผัก  ส่วนอาหารหลักของเย็นนี้ เราเตรียมไว้แล้ว เป็นรายการ หมูกะทะ กลางป่าเขาใหญ่ มีการเตรียมหมักหมู ซื้อเบคอน ผัก น้ำจิ้มรสเด็ด มาเตรียมไว้แล้ว

เวลาผ่านสักพัก บนเตาที่เช่ามาจากเจ้าหน้าที่ หม้อข้าวก็เดือด พอข้าวบานได้ที่ ก็เข้าสู่กรรมวิธี เช็ดน้ำ และดงข้าว ตามแบบฉบับการหุงข้าวแบบเก่า ลูกๆมามุงดูกันเพราะไม่เคยเห็น เกิดมาก็เห็นการหุงข้าวโดยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าซะแล้ว เรารินน้ำข้าวใส่ถ้วยไว้ดื่มด้วย พูดถึงน้ำข้าว หลายๆท่าน คงได้เคยลิ้มลองรสมาแล้ว บางท่านอาจจะไม่เคย แต่ผู้เขียนชอบมาก เรียกได้ว่า โตมากับน้ำข้าว ก็ว่าได้ โดยปกติก็จะดื่มตอนเช้า แม่จะรินน้ำข้้าวไว้ให้ เอามาใส่เกลือหน่อย หรือหากจะเติมน้ำนมข้นก็ได้ อร่อยอย่าบอกใครเชียว บังเอิญว่า ผู้เขียน เคยหุงข้าวด้วยวิธีนี้มาตั้งแต่เด็ก จึงพอจะเช็ดข้าว ดงข้าว เพื่อให้สุกทั่วกัน เสร็จออกมาไม่ดิบ ไม่แฉะ ไม่ไหม้ แต่เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน…  ไม่งั้นหน้าแตกกับลูกๆ

กองไฟกอ้นหินสามก้อน ตามหลักลูกเสือของลูกชายสองคน... ติดลุกไม่เห็นเปลวไม่เห็นควันเลย..อิอิ

รอทอดไข่... แต่ไฟยังไม่ติด..

ส่วนเตาก้อนหินสามก้อน ของลูกชายสองคน หลังจากรอแล้ว รออีก ก็ออกมาให้เห็นในสภาพแบบนี้ ยังคงนั่งรอที่จะใช้เจียวไข่ต่อไป

สุดยอดหมูกะทะบนเขาใหญ่

สรุปแล้ว เย็นวันนั้น เราไม่ได้เจียวไข่ทาน เนื่องจากตกลงกันแล้วว่า เราจะทานหมูกะทะกัน จึงมีแต่หมูกะทะกับข้าวสวย วันนั้น กะทะและกองไฟก้อนหินสามก้อนของลูกจึงไม่ได้ใช้งาน ….  ไม่ใช่ เพราะไฟจุดไม่ติดนะลูก แต่วันนี้เราไม่ทานไข่เจียว…อิอิ

หมูกะทะมื้อนี้อร่อยมาก ปกติลูกๆชอบทานหมูกะทะกันมากตามสมัยนิยม ข้อดีก็คือ สะดวก ทานได้มาก โดยเฉพาะเมื่อไปทานตามร้าน ..อิอิ… หลังจากทาน จะมีการประเมินกันด้วยว่า ใครทานคุ้มไม่คุ้มกับราคา ใครทานมากที่สุด ใครทานได้คุ้มที่สุด หมายถึงหลากหลาย เพราะบางเจ้าไม่ได้มีแต่หมูกะทะอย่างเดียว มีกุ้ง-ปู อบวุ้นเส้น ขนมจีน ข้าวแกง ส้มตำ ยำปลาดุกฟู ขนมหวานอะไรทำนองนี้ รวมอยู่ด้วย… เรียกว่า มีให้เลือกมากกว่าหมูะกะทะ แต่ต้องระวังเรื่องคุณภาพของร้านที่เราเข้าไปทานด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่เอาแต่อร่อยปากอย่างเดียว ไม่งั้นอาจจะต้องลำบากท้อง และลำบากคนอื่นที่จะต้องพาไปหาหมอ หรืออย่างน้อยก็ลำบากกระเป่ากับเงินค่ารักษาอาหารเป็นพิษ  หรือเลือกไม่ดี โชคร้ายไปโดนเนื้อปลาปักเป้า อย่างที่เป็นข่าว มีหวังมีคงวุ่น..

มื้อนั้นก็จบลงด้วยแบบอิ่มสุดๆ แถมเรายังเผื่อแผ่คนอื่นด้วย คือที่ที่เรามาตั้งเต็นท์จะห่างไกลจากคนอื่นอยู่บ้าง และสถานที่ตั้งเต็นท์ที่กว้างขวางนี้ ก็มีเพียงไม่เกิน ๕ ครอบครัว (มีที่เห็นคือ คุณลุงมาคนเดียว คู่สองคนสามีภรรยา กลุ่มหนุ่มๆสาวๆ ๕-๖ คน แล้วก็ครอบครัวพ่อแม่กับลูกสาว รวมทั้งเราเป็นห้ากลุ่ม กระจายกนันอยู่ แล้วก็มีฝรั่งมาตั้งเต็นท์ อีก ๒ กลุ่ม กลุ่มนึง ๓ คน อีกเต็นท์หนึ่งใกล้กับที่เราพัก ๑ คน ๑ เต็นท์ ฝรั่งรัสเซียคนนี้ จึงได้ร่วมอาหารเย็นกับเรา แต่เสียดายที่แกเป็น มังสวิรัต ก็เลยทานแค่ผักกับไข่ (แกบอกว่าอย่างนั้น) กาแฟก็ไม่ดื่ม มาทานข้าวกับพวกเรา พออิ่มก็ขอตัวกลับเต็นท์ และฝรั่งคนนี้ ก็ยังเจอกับเราอีกครั้งหรือสองครั้งใน trip นี้

นั่งเล่น กลางดงไพร (สมมุติเอาน่ะ ลูกๆจะได้บรรยากาศหน่อย)

เมื่อมืดค่ำ ยังพอมีแสงสว่างจากไฟฟ้าบริเวณอาคารห้องน้ำ และบริเวณโดยรอบอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับเสียบรรยากาศของป่า ตะเกียงน้ำมันก๊าดที่เตรียมมา ใช้ประโยชน์ได้ดี ยังมีไฟฉายที่ลูกชายเตรียมมาอีก ๒ กระบอก เรานั่งคุยกันอยู่ใกล้เต็นท์ หลังจากที่ทานอาหาร อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อย ผู้เขียนต้มน้ำชงกาแฟสองแก้ว สำหรับผู้เขียนและภรรยา ส่วนลูกๆ เขามีนมสดกระป๋อง เอามาอุ่นดื่ม  อากาศกำลังเย็นสบาย เมื่อคืนก่อนที่เราจะมานอนค้าง ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ประมาณ ๑๙ องศา คืนนี้ก็น่าจะพอๆกัน แต่ยังหัวค่ำอยู่ความอุ่นของพื้นยังมีอยู่บ้าง เป็นที่น่าสังเกตุว่า ไม่มียุงมากัดพวกเรา แต่มีมดเยอะมาก เหมือนมันกำลังเคลื่อนย้ายหรืออพยพไปไหนสักแห่ง ลูกชายคนโตเขาสนใจเดินดูอยู่เมื่อเย็นนี้  ฝนอาจจะตกในวันสองวันนี้ล่ะ (ตำราเขาว่าอย่างนั้น)

ลูกๆง่วนอยู่กับการ ปิ้งมัชเมโรว์ ขนมหวานที่ชาวตะวันตกมักปิ้งกับกองไฟ เวลาไป camping บริเวณที่เราตั้งแคมป์ เมื่อตอนเย็นระหว่างทานอาหาร มีฝูงสัตว์อยู่หลายชนิด ไม่ต้องพูดถึงนกที่มีเยอะแยะจำพวก จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ยังมีฝูงลิงฝูงหนึ่ง ประมาณ ยี่สิบตัวเห็นจะได้ พากันวิ่งไล่กันบนต้นในราวป่า เสียงดังกราวป่า มีกวางฝูงหนึ่ง สักสิบตัวได้ อยู่โดยรอบ มีเม่นตัวใหญ่ตัวหนึ่ง ออกมาจากราวป่า แล้วเจ้ากวางตัวผู้ตัวใหญ่ไปไล่ เม่นก็ไม่กลัว พองขนเม่นใส่อย่างน่าดู เจ้ากวางก็สงวนท่าที คุมเชิง จนกระทั่งเม่น กลับเข้าราวป่าไป

เจ้าแมงโกมัชเมโรว์ กวางสาวที่เข้ามาขอมะม่วงกินไปสามหน่วย แถมมัชเมโรว์ด้วย... ไม่ไ้ด้ให้เองนา.. ถูกขอ

ที่เป็นปัญหาหน่อย ก็ดูจะเหมือนเป็นพวกกวางนี่ล่ะ ตอนแรกก็น่าดู แต่พอตกเย็น พวกมันก็เริ่มมาใกล้ๆเต็นท์ แม้่ว่าจะมีป้ายห้ามไม่ให้อาหารสัตว์ป่า คงเกรงว่า สัตว์จะเป็นอันตรายจากการกินอะไรที่ย่อยไม่ได้  พวกเราพยายามแล้วที่จะทำตามกฎของอุทยาน แต่เราก็อดจะให้ ผลไม้ กับเจ้ากวางตัวแรกที่เข้ามาที่เต็นท์เราด้วยความเอ็นดูไม่ได้ แต่เราก็มั่นใจแล้วว่า ผักผลไม้ที่เราให้นั้นปลอดภัย ไม่มีถุงพลาสติกเจือปน…อิอิ.. เราตั้งชื่อมันว่า เจ้าแมงโก เพราะมันกินมะม่วงที่เราให้มันไปสามลูก เคี้ยวกร้วมๆ ฟังดูน่าอร่อย แล้วแถมตอนกลางคืน มัยยังกิน มัชเมโรว์ ที่ลูกสาวให้อีก เราก็เลยเรียกมันว่า แมงโกมัชเมโรว์

คืนนั้น เรานั่งคุยกันถึงห้าทุ่มเศษ ดูนู่นดูนี่ ฟังเสียงนู่นเสียงนี่ ตอนสี่ทุ่ม ไฟฟ้าในบริเวณนั้นปิดทั้งหมด คงเหลือแต่แสงจากตะเกียงและแสงวอมแวมของกองไฟที่ก่อไว้ สดชื่นกับอากาศที่กำลังเย็นสบายมาก เย็นกว่าเมื่อตอนหัวค่ำเล็กน้อย น้ำค้างก็มีบ้างแต่ไม่แรงนัก รู้สึกผ่อนคลายมาก เดือนมืด พวกเราออกเดินบริเวณรอบเต็นท์ ไปที่ราวป่า ตอนแรกก็ใช้ไฟฉาย แล้วก็ลองปิดไฟฉาย ปล่อยให้สายตาชินกับความมืด แล้วก็จะพอมองเห็นอะไรได้บ้าง ได้ความรู้สึกแปลกไปอีกแบบหนึ่ง  ก่อนที่พวกเราจะเข้าเต็นท์นอน พากันสำรวจดูสิ่งของรอบเต็นท์อีกครั้ง อุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้เมื่อเย็นนี้ บัดนี้ถูกล้างทำความสะอาดแล้วเก็บเข้ากล่องไว้ดังเดิม นำไปไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งอาหารสดและของอื่นๆที่เหลือ บริเวณเต็นท์ เหลือยู่เพียงเตาไฟที่ดับแล้ว และกองไฟที่ยังติดอยู่ด้วยฟืนและถ่านที่เหลืือ ถุงขยะต้องนำไปใส่ในถังขยะปิดฝาเหล็กให้เรียบร้อยด้วย ไม่เช่นนั้น ฝูงสัตว์จะคุ้ยเขี่ยออกมาเลอะเทอะเต็มไปหมด เมื่อดูเรียบร้อยปลอดภัยดีแล้ว จึงได้เข้าเต็นท์นอน จัดเรียงลำดับการนอน แล้วจึงสวดมนต์พร้อมกัน คืนนั้นพวกเรานอนเบียดหลับกันอยู่ในเต็นท์อย่างมีความสุข

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 18, 2011 in ท่องเที่ยว

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Kaebmoo's Blog

Blog ไม่ใช่ของกู

voaw

A great WordPress.com site

sertsak

No noodles, the family.

Live, Nerd, Repeat

Making life better through the perfect application of humor and nerdery

You read me, but you can change me not.

Mentally unhealthy kinda characteristic.

The Kid Travels

Ed Gregory (The Kid) goes travelling

Bagni di Lucca and Beyond

Brisbane, Bagni di Lucca and everything in between

TED Blog

The TED Blog shares interesting news about TED, TED Talks video, the TED Prize and more.

Framework

Capturing the world through photography, video and multimedia

[e]

a little about (M)E

On The Scene

Follow FOX News reporters and producers around the globe to get raw, behind-the-scenes access to the stories making headlines.

NewsFeed

Breaking news and updates from Time.com. News pictures, video, Twitter trends.

Post it Notes from my Idiot Boss

delivered directly to my computer monitor on an all too regular basis...

The Life and Times of Nathan Badley...

just like Moby Dick, but shorter and less whale-oriented.

Allen's Zoo

Art, Illustration, Character Design

Search Blogs

Just another WordPress.com weblog

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.

%d bloggers like this: